ไปที่แคว้นหนานอี๋แล้ว ไม่อยู่ในแคว้นตงหลินแล้ว”
ผู้หญิงคนนี้เป็นบ้าโดยสิ้นเชิง เขาไม่อยากจะยุ่งกับผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้ที่สุด
“ฆาตกรที่ฆ่าลูกข้าเจ้าก็ปล่อยให้หนีไปอย่างนี้รึ”
ใบหน้าที่งดงามของไป๋จื่อเวยบิดเบี้ยว “วันนี้ถ้าเจ้าไม่ให้คำตอบข้า ข้าจะไม่ยอมจบเรื่องกับเจ้าแน่”
“พอได้แล้ว”
เซี่ยอันจือตะคอกเสียงดัง โบกมืออย่างแรง ปราณกล้าอันแข็งแกร่งก็ระเบิดออก เก้าอี้ข้างกายเขาภายใต้ปราณกล้านั้น กลับกลายเป็นผงธุลีในพริบตา ล่องลอยอยู่ในอากาศ
ในขณะเดียวกัน ปราณกล้าที่ลึกล้ำราวกับห้วงเหวก็พุ่งออกมาจากทั่วร่างของเขา เต็มไปทั่วห้องโถงใหญ่ ความกดดันที่รุนแรงก็ถาโถมเข้ามาทันที
วิถีนักรบระดับห้าขั้นชมภูผา ชมความสูงของภูผา ราวกับพลังพุ่งทะลุเมฆา ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา
“ไป๋จื่อเวย ข้าให้เกียรติเจ้าก็เพราะเห็นแก่หน้าสำนักเสวียนอู่เจินจงของเจ้าทั้งหมด ที่นี่คือหน่วยพิทักษ์ราตรีแคว้นตงหลินของข้า ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาอาละวาดได้
เจ้ายังอยากจะไม่ยอมจบเรื่องกับข้า นี่ก็เป็นคำพูดที่เจ้ามีสิทธิ์จะพูดรึ”
เซี่ยอันจือกลัวความยุ่งยากจริงๆ ไม่อยากจะก่อเรื่อง แต่เขาอย่างไรก็เป็นผู้บัญชาการปราบปรามแคว้นหนึ่ง
และวิถีนักรบระดับห้าขั้นชมภูผา ก็สามารถเรียกได้ว่าเป็นคนระดับปรมาจารย์แล้ว ไป๋จื่อเวยที่ทำท่าทีข่มขู่ถามไถ่เช่นนี้ ยังจะคิดว่าเขาเป็นลูกน้องของนางจริงๆรึ
เมื่อสัมผัสได้ถึงความกดดันที่มาจากร่างของเซี่ยอ