ก่อนที่กู้เฉิงและคนอื่นๆจะสังหารปีศาจซากศพ ซากศพเดินได้ที่ตีนเขาก็ได้กองท่วมเป็นภูเขาแล้วทหารเกราะนิลไม่ถึงร้อยนายของหน่วยพิทักษ์ราตรียืนหยัดอยู่แนวหน้าสุด โดยมีกองกำลังประจำการของเมืองเหอหยางนับพันนายคอยช่วยป้องกันอยู่ด้านหลัง ในช่วงแรกก็ยังพอต้านทานไหว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกคนเริ่มอ่อนล้าลง สถานการณ์จึงเริ่มจะพังทลายลงหวังฉีฉีกซากศพเดินได้ที่อยู่ตรงหน้าออกเป็นสองท่อนพลางตะโกนอย่างสิ้นหวัง “ท่านผู้บัญชาการใหญ่พวกเขายังไม่จัดการเสร็จอีกหรือ ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว ตอนนี้แม้แต่พลังปราณก็ยังระเบิดออกมาไม่ได้แล้ว”เสี่ยวอี่ยิ้มขมขื่น “ยันต์ของข้าก็ใกล้จะหมดแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเราอย่างมากก็คงจะทนได้อีกแค่หนึ่งเค่อ”สีหน้าของจ้าวซิงหมิงพลันมืดลง ชี้ไปข้างหน้าแล้วกล่าว “หนึ่งเค่อรึ หากรวมพวกข้างหน้าเข้าไปด้วย เกรงว่าพวกเราจะทนไม่ไหวแม้แต่หนึ่งเค่อ”จากบนเขา ซากศพเดินได้อีกกลุ่มหนึ่งก็พุ่งลงมาอย่างบ้าคลั่งและไม่รู้ว่าทำไม ซากศพเดินได้กลุ่มนี้ถึงได้ดุร้ายเป็นพิเศษ โจมตีแนวป้องกัน ทำให้แนวป้องกันทั้งหมดยิ่งถอยร่นไปอีก
ที่ค่ายทหารประจำการเมืองเหอหยาง ผู้ที่ยืนอยู่หลังแนวป้องกันและบัญชาการกองกำลังประจำการไม่ใช่ผู้บัญชาการทหารซ่งปิ่งจงแต่เป็นผู้ตรวจการทหารหงเพราะว่าซากศพเดินได้ลงมาจากเขาทุกทิศทาง ดังนั้นซ่งปิ่งจงจึงบัญชาการอยู่อีกด้านหนึ่ง ส่วนด้านนี้ก็มอบให้ผู้ตรวจการทหารหงจะพูดให้ถูกคือไม่ใช่