เฉินฉงซานอาจจะตื่นเต้นเกินไปหลังจากที่พบจุดอ่อนของกู้เฉิงหรืออาจจะฉลาดแกมโกงเกินไป จึงได้ตัดสินใจทำเรื่องที่โง่ที่สุดเมื่อครู่นี้สมาธิของกู้เฉิงอยู่ที่การสังหารซากศพเดินได้สองตัวนั้นหากเฉินฉงซานแอบไปรายงานอย่างเงียบๆ กู้เฉิงก็อาจจะเสียท่าอย่างลับๆได้จริงๆแต่เขากลับยังคิดเพ้อฝันที่จะใช้เรื่องนี้มาข่มขู่กู้เฉิง นี่ก็เท่ากับเป็นการหาที่ตายอย่างแท้จริงความกล้าของกู้เฉิง ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาจินตนาการไว้มากแต่เรื่องของเฉินฉงซานก็เตือนสติกู้เฉิงเช่นกันว่า ต่อไปเมื่อจะใช้ธนูปีศาจเย่หลัวจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้นลัทธิหลัวไม่ใช่คนโง่ ธนูปีศาจเย่หลัวหายไปนานขนาดนี้แล้วยังไม่พบดังนั้นต่อไปเมื่อจะใช้ธนูปีศาจเย่หลัว ควรจะเลือกเวลาที่ไม่มีคนรอดชีวิตจะดีที่สุดวิชาโลหิตสังเวยและวิชาห้าภูตเคลื่อนย้ายกลับไม่ต้องกังวลคาถาทั้งสองนี้เป็นประเภทที่ไม่มีที่มาที่ไป หน่วยพิทักษ์ราตรีไม่เข้า
ไปยุ่งเกี่ยวกับแนวทางการบำเพ็ญเพียรของลูกน้อง ตราบใดที่เจ้าภักดีต่อหน่วยพิทักษ์ราตรีก็พอแล้วกู้เฉิงเดินขึ้นเขาไปตลอดทาง บนยอดเขายังคงสามารถมองเห็นแสงปราณกล้าสีม่วงแดงปรากฏขึ้นมาเป็นระยะๆ นี่คือร่องรอยการต่อสู้อย่างดุเดือดระหว่างชุยจื่อเจี๋ยกับปีศาจซากศพตนนั้นไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะช่วยชุยจื่อเจี๋ย แต่การต่อสู้ระดับนี้เขาไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้เลยตอนนี้ไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดในตัวกู้เฉิง อย่าว่าแต่ธนูปีศาจเย่หลัวที่ไม่สามาร