ู้บัญชาการใหญ่”ในเวลานี้ ชุยจื่อเจี๋ยและคนอื่นๆยังคงตามหาเบาะแสไปทั่วเมืองเหอหยาง พวกเขาก็ไม่ได้กลับมามือเปล่า แต่จับผู้ฝึกตนสายมารที่ใช้คาถาอาคมก่อความวุ่นวายในเมืองเหอหยางได้หลายคนเมืองเหอหยางอย่างไรเสียก็เป็นเมืองใหญ่ การมีผู้ฝึกตนสายมารบางคนสร้างความวุ่นวายก็เป็นเรื่องปกติ ตราบใดที่ไม่สร้างความเดือดร้อนจนทางการต้องเข้ามาเกี่ยวข้องก็ไม่มีใครสนใจ แต่ครั้งนี้
ถือว่าพวกเขาโชคร้าย แค่มีร่องรอยเล็กน้อยก็ถูกหน่วยพิทักษ์ราตรีตามเจอเมื่อกู้เฉิงไปพบชุยจื่อเจี๋ย เล่าเรื่องที่ตนเองสืบสวนได้และเรื่องที่จี้หลินเฟิงค้นพบให้ชุยจื่อเจี๋ยฟัง ชุยจื่อเจี๋ยก็มีสีหน้าประหลาดใจ“ชิวอี้ซินแห่งอารามฉางชุน ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ”กู้เฉิงถาม “ท่านผู้บัญชาการใหญ่ ชิวอี้ซินในอดีตเป็นคนอย่างไรหรือครับ”ชุยจื่อเจี๋ยลูบหน้าท้องใหญ่ของตนเองแล้วกล่าว “นักพรตชราคนนั้นน่ะหรือ ในอดีตก็เป็นคนซื่อสัตย์ดี แค่เพ้อเจ้อไปหน่อย อ้างตนว่าเป็นสายตรงของลัทธิเต๋า ดังนั้นเรื่องที่ผิดกฎหมายเขาจะไม่ทำพูดให้ถูกคือไม่ใช่ไม่กล้าทำ แต่ดูถูกที่จะทำ กลัวว่าจะกระทบชื่อเสียงของอารามฉางชุนของเขาถ้าคนหายเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเขา การหายตัวไปของคุณชายเจ้าเมืองก็เกี่ยวข้องกับเขา เขาต้องการจะทำอะไรกันแน่และจากการสืบสวนของเรา ศิษย์ของอารามฉางชุนในช่วงเวลาที่ผ่านมานอกจากชิวเหลียนตงแล้ว ก็ไม่มีใครลงจากเขานานแล้วแม้แต่ชิวเหลียนตงเองก็ลงจากเขาไม่กี่ครั้