ามคำ กู้เฉิงก็นำคนลงเขาไปทันทีเมื่อหันกลับไปมองอารามฉางชุนที่ควันธูปคละคลุ้ง คิ้วของกู้เฉิงกลับขมวดมุ่นอย่างหนักพวกเขาไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆในอารามฉางชุน แม้แต่ท่าทีของชิวอี้ซินก็หาข้อตำหนิไม่ได้เลย อย่าว่าแต่หาข้อตำหนิเลย หากสำนักผู้ฝึกตนทุกแห่งในใต้หล้ามีเหตุผลและเข้าใจง่ายเหมือนอารามฉางชุน คนครึ่งหนึ่งของหน่วยพิทักษ์ราตรีก็สามารถเกษียณได้เลยทันทีแต่กู้เฉิงยังคงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เพราะท่าทีของอีกฝ่ายดีเกินไป ให้ความร่วมมือเกินไป ดีจนทำให้กู้เฉิงรู้สึกว่ามันไม่จริงไม่ใช่ว่ากู้เฉิงเป็นโรคหวาดระแวง คิดว่ามีคนร้ายอยากจะทำร้ายเขาตลอดเวลาแต่ตามหลักเหตุผลแล้ว สำนักระดับอารามฉางชุน เมื่อได้ยินว่ามีคนสงสัยพวกเขา ปฏิกิริยาแรกควรจะเป็นความโกรธที่ถูกสงสัยไม่ใช่การเปิดอกให้ไปตรวจค้นอย่างใจกว้าง ราวกับว่ารอที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองอยู่แล้ว
บางทีเขาอาจจะคิดมากไปเอง มองคนในแง่ร้ายเกินไป ถ้าเกิดว่าท่านนักพรตชิวผู้นั้นมีนิสัยดีงามเช่นนั้นจริงๆล่ะท่าทีของอีกฝ่ายไม่ดี เขายังพอจะตรวจสอบได้ แต่ท่าทีของอีกฝ่ายดีขนาดนี้ หากกู้เฉิงยังยืนกรานที่จะตรวจสอบ แม้จะรายงานไปถึงชุยจื่อเจี๋ย ชุยจื่อเจี๋ยก็จะรู้สึกว่าเขามีปัญหาทางจิตเพิ่งกลับมาถึงเมืองเหอหยาง หลิ่วอิ๋งอิ๋งก็กล่าว “พวกท่านเพิ่งจะกลับมากันหรือ หัวหน้าสมาคมฉางเล่อคนนั้นมาหาท่าน รอมาครึ่งวันแล้ว”จี้หลินเฟิง เขามาหาข้าทำไมกู้เฉิงรู้สึกสง