ย่างยิ่ง จึงได้เข้าสู่สภาวะหลับใหลแต่การหลับใหลนี้มีกำหนดเวลา ไม่ก็เป็นตอนที่กู้เฉิงต้องการจะใช้ธนูอสูรเย่หลัวถึงจะปลุกมันขึ้นมา ไม่ก็เป็นตอนที่มัน…หิวแล้วหากตอนนั้นกู้เฉิงไม่มีเลือดเนื้อเพียงพอที่จะเลี้ยงดูธนูอสูรเย่หลัวเช่นนั้นมันก็จะกลืนกินกู้เฉิง เพื่อสนองความหิวกระหายในเลือดเนื้อของตนเองมองดูอวี๋ไป่เชียนที่ถูกดูดจนกลายเป็นซากแห้ง กู้เฉิงก็ค้นตัวเขาดู ไม่พบของมีค่าอะไรนอกจากยาเม็ดที่ใช้บ่อยบางส่วน ก็มีเพียงยันต์จำนวนมากกู้เฉิงถอนหายใจยาว จุดไฟเผาส่งอีกฝ่ายกลับสู่อ้อมกอดของผืนดินโดยตรงศึกครั้งนี้อันตรายกว่าที่กู้เฉิงคาดคิดไว้มาก
แม้เขาจะประเมินไว้แล้วว่าอวี๋ไป่เชียนแข็งแกร่งมาก แต่นี่คือครั้งแรกที่เขาเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญปราณระดับเจ็ดขึ้นไปโดยตรงวิชาอาคมและยันต์ต่างๆ หากรักษาระยะห่างไว้ พลังทำลายล้างโดยตรงจะแข็งแกร่งกว่านักรบโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาสายมารที่อวี๋ไป่เชียนฝึกฝนกลับเป็นวิชาลับกระดูกขาวเมื่อเทียบกับวิชาสายมารทั่วไป วิชาลับกระดูกขาวซึ่งเป็นวิชาลับของสายวิชาคนคุมศพนี้ถือได้ว่ามีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งการต่อสู้ระยะใกล้และไกลล้วนแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ใกล้เคียงกับวิทยายุทธ์และวิชาบำเพ็ญปราณสายตรงอย่างไม่มีที่สิ้นสุดไม่แปลกใจเลยที่ผู้บำเพ็ญเพียรสายวิชาคนคุมศพอย่างหลิ่วอิ๋งอิ๋งจะรังเกียจอย่างยิ่งที่คนอื่นพูดว่าพวกเขาเป็นพวกชั้นต ่า อย่างน้อยวิชาลับของสายวิชาคนคุมศพในแง่ของ