จำกัด ระดับของอวี๋ไป่เชียนก็สูงกว่าเขาไปหนึ่งขั้นใหญ่ที่สำคัญที่สุดคือ นักพรตเหล่านี้เวลาว่างๆ ก็จะเริ่มวาดภาพยันต์ใครจะไปรู้ว่าบนตัวพวกเขามียันต์ซ่อนอยู่เท่าไหร่พลังที่พวกเขาใช้ในการขับเคลื่อนยันต์นั้นน้อยมาก พลังส่วนใหญ่ใช้ในการควบคุมยันต์ การสิ้นเปลืองก็น้อยกว่ากู้เฉิงมากเมื่อรับรู้ได้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี กู้เฉิงก็ระเบิดพลังของสัตย์เลือดออกมาโดยตรง ชั่วพริบตาเดียวเลือดสีขุ่นมัวก็ปกคลุมรอบกายของกู้เฉิง ไอสังหารสีเลือดก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า‘ปัง’เสียงระเบิดดังขึ้น กู้เฉิงก็เตะบึงโคลนนั้นจนแหลกละเอียดโดยตรง แขนซากศพดำถูกเขาเรียกออกมา ถือกระบี่เลือดเหว เพลิงยมโลกมืดมิดก็ลุกโชนอย่างรุนแรง ที่ใดที่ผ่านไป ไม่เพียงแต่จะฉีก
อีกาไฟเหล่านั้นออกเป็นชิ้นๆ ทั้งหมด ยิ่งกว่านั้นยังดูดซับพลังไฟส่วนหนึ่งในนั้นเข้ามา ทำให้ดูรุนแรงและร้อนแรงยิ่งขึ้นฟันอีกาไฟไปตลอดทาง กระบี่ในมือของกู้เฉิงก็อยู่ห่างจากอวี๋ไป่เชียนเพียงหนึ่งจั้งแล้ว แต่ทันใดนั้น แส้ปัดฝุ่นในมือของเขากลับสะบัดออกมาราวกับแส้เหล็กอย่างแรง เส้นไหมสีเงินก็ยาวขึ้นตามลมพุ่งเข้าพันที่เอวของกู้เฉิงโดยตรงเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังที่ส่งมาจากแส้ปัดฝุ่นนั้น สีหน้าของอวี๋ไป่เชียนก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย“ไม่แปลกใจเลยที่จงหลินและคนอื่นๆ จะตายในมือเจ้า บนตัวเจ้ามีของแปลกพลังแบบนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่นักรบระดับเจ็ดขั้นหลอมกระดูกธรรมดาจะครอบครองได้แต่น่าเสียดาย ยังค