ภายในสำนักเต๋าเสวียน อันที่จริงแล้วผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ของสำนักไม่ได้หลับใหลแม้ว่าผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ของสำนักเต๋าเสวียนจะไม่ใช่ผู้บำเพ็ญปราณบริสุทธิ์ แต่การนั่งสมาธิแทนการนอนหลับก็สามารถเพิ่มพลังจิตของพวกเขาได้ ทำให้การควบคุมพลังของพวกเขานั้นละเอียดอ่อนยิ่งขึ้นเมื่อควันพิษและหมอกพิษแผ่ปกคลุมพวกเขา ผู้บำเพ็ญเพียรของสำนักเต๋าเสวียนบางส่วนยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาก็ตอบสนองในทันที กรีดร้องโหยหวนล้มลงกับพื้นจนกระทั่งควันพิษและหมอกพิษได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งภูเขาที่รกร้างซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักเต๋าเสวียน ถึงได้มีคนมีปฏิกิริยาขึ้นมาใช้วิชาลับหรืออุดจมูกและปากตะโกนเสียงดังว่า“มีคนบุกสำนัก”ไม่ใช่ว่าคนของสำนักเต๋าเสวียนมีปฏิกิริยาช้าเกินไป แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่ได้เผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้มานานหลายปีแล้ว
เมืองเหอหยางเป็นสถานที่เล็กๆ แค่นี้ สำนักอย่างสำนักเต๋าเสวียน สำนักกระบี่ชิงซาน ไม่ได้มีการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่บุกเข้าโจมตีสำนักของอีกฝ่ายโดยตรงมาหลายสิบปีแล้วปกติแล้วการกระทบกระทั่งกันก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไหนเลยจะเคยเห็นภาพใหญ่โตเช่นนี้เมื่อกู้เฉิงบุกเข้าประตูสำนักเป็นคนแรก ชายวัยกลางคนในชุดสีม่วงกำลังสั่งการให้ศิษย์จัดค่ายกล เป่าควันพิษให้กระจายไป สกัดกั้นหมอกพิษเมื่อเห็นอีกฝ่ายในชั่วพริบตา ในสมองของกู้เฉิงก็ปรากฏข้อมูลของอีกฝ่ายขึ้นมาทันทีถังชุย หนึ่งในเจ็ดผู้อาวุโสของสำนักเต๋าเสวีย