เพียงแค่ชั่วครู่เดียว เจ็ดผู้อาวุโสของสำนักเต๋าเสวียนของพวกเขาก็เสียชีวิตไปแล้วสามคน“ข้าบอกว่าจะพบกันใหม่วันหน้า ตอนนี้ข้ามาแล้ว ผู้อาวุโสจงท่านประหลาดใจหรือไม่”ยังไม่ทันที่จงหลินจะพูดอะไร กู้เฉิงก็ลงมือแล้วหนึ่งต่อสี่ แม้อีกฝ่ายจะเป็นนักพรตสายมารทั้งหมด จุดอ่อนของแต่ละคนก็ชัดเจนมาก แต่เมื่อมีคนจำนวนมาก ทั้งสองฝ่ายก็ร่วมมือกัน ก็เพียงพอที่จะชดเชยจุดอ่อนเหล่านั้นได้ดังนั้นในชั่วพริบตา สัตย์เลือดก็ได้เริ่มขึ้นแล้วในสมองวาดภาพค่ายกล พลังเลือดที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็เดือดพล่านอยู่ในร่างกายของกู้เฉิง หมอกเลือดจางๆ ลอยอยู่รอบตัวเขา แม้แต่ดวงตาทั้งสองของเขาก็ถูกย้อมเป็นสีแดงเลือด“หลี่เชียน ขึ้นไป”จงหลินตะโกนเสียงดัง นักรบรูปร่างกำยำในชุดเกราะดำคนหนึ่งไขว้แขน ก้าวเท้าอย่างแรง เกิดเสียงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นมา ราวกับวัวกระทิงตัวหนึ่งบดขยี้มาที่กู้เฉิงรอบตัวเขามีพลังงานสีดำปกคลุมอยู่ มองดูคร่าวๆ กลับเป็นวิญญาณในร่างทหาร
หลี่เชียนคนนี้ก็ฝึกวิชาเลี้ยงภูตเช่นกัน แต่กลับเป็นวิญญาณของแม่ทัพแขนซากศพดำถูกกู้เฉิงเรียกออกมา ถือกระบี่เลือดเหว เพลิงยมโลกมืดมิดลอยอยู่บนคมกระบี่ ปนเปื้อนด้วยพลังของสัตย์เลือดกู้เฉิงไม่หลบไม่เลี่ยง เผชิญหน้ากับหลี่เชียนที่พุ่งเข้ามาด้วยกระบี่เดียวฟันลงมา ในคืนที่หนาวเหน็บ ภูตผีปีศาจก็ลืมตา เปลวไฟแห่งยมโลกก็ลุกโชน‘ฉึก’พลังที่รุนแรงทำให้ร่างของกู้เฉิงเซถอยหลังไป แต่เลือดที่ข้น