ในห้องโถงด้านหลังของสำนักเต๋าเสวียน จงหลินกำลังเล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นให้กับนักพรตวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งสวมมงกุฎเต๋าหยกสีม่วงและสวมชุดนักพรตสีม่วงอยู่คนผู้นี้คือเจ้าสำนักเต๋าเสวียน ‘เทพกระบี่สลายซานเหริน’ อวี๋ไป่เชียนสำนักเต๋าเสวียนมีความเกี่ยวข้องกับสำนักเต๋า จริงๆ แล้วก็มีเพียงเจ้าสำนักผู้นี้เท่านั้น เขาเคยเป็นนักพรตอยู่ทางใต้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมภายหลังถึงได้สึกออกมาหลังจากมาถึงแคว้นตงหลิน เขาก็กลับมาเป็นนักพรตอีกครั้ง นำวิชาลับหลายแขนงเข้าร่วมกับสำนักเต๋าเสวียนที่ตอนนั้นยังไม่แข็งแกร่งนักอาจกล่าวได้ว่าสำนักเต๋าเสวียนจะมีขนาดเท่าทุกวันนี้ได้บทบาทของเขายิ่งใหญ่กว่าปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักเต๋าเสวียนในอดีตเสียอีก“ไปเรียกตู้จื่อหยางมาให้ข้า”หลังจากฟังจบ อวี๋ไป่เชียนก็สั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ครู่ต่อมา ชายหนุ่มอายุยี่สิบกว่าปีก็เดินเข้ามา คารวะอย่างระมัดระวัง “อาจารย์ ท่านผู้อาวุโสจง มีเรื่องอันใดรึ”อวี๋ไป่เชียนฮึ่มเสียงเย็น “เรื่องดีๆ ที่เจ้าทำไว้เจ้ายังไม่รู้อีกรึ ฆ่าคนก็ช่างเถอะ ยังจะบีบคั้นครอบครัวของคนอื่นให้ถึงทางตันอีกตอนนี้ดีแล้ว เรื่องใหญ่โตขึ้นมาแล้ว หน่วยพิทักษ์ราตรีมาถึงหน้าประตูแล้วให้เจ้าตั้งใจบำเพ็ญเพียรอยู่ในสำนัก เจ้าก็ไม่ฟัง ออกไปครั้งเดียวก็สร้างปัญหาใหญ่โตขนาดนี้”จงหลินเล่าเรื่องให้ฟังหนึ่งรอบ ถอนหายใจ “เจ้าหนอเจ้า ไอ้หมอนั่นก็ถูกเจ้าฆ่าไปแล้ว เจ้ายังจะไปทำเรื่องไร