ู้ เจ้าเพิ่งจะมาเป็นผู้ตรวจการณ์ราตรีได้ไม่กี่วัน บางเรื่องเจ้ายังมองไม่ทะลุเลยนะ
แคว้นตงหลินทุกปีมีคนตายเพราะปีศาจและภูตผีมากไหม ไม่มากเลย สามสิบกว่าคนจะนับเป็นอะไรได้ชายแดนตะวันตกก่อกบฏ ทหารหลายแสนนายก็ต้องสละชีพไปทางใต้พวกกบฏและลัทธิมารก่อการร้าย สังหารล้างเมืองล้างตระกูลทุกที ทุกปีจะมีคนตายไปเท่าไหร่เจ้ากับข้าก็เป็นคนธรรมดา อย่าทำตัวเป็นพระโพธิสัตว์เลย คดีฆาตกรรมในใต้หล้านี้มีมากมาย เจ้าจะจัดการไหวรึฟังพี่ชายข้าสักคำ รับของดีแล้วทำเป็นหูหนวกตาบอดถึงจะไปได้ไกล เหมือนกับท่านผู้บัญชาการปราบปรามที่อยู่เหนือพวกเราคนที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น มักจะมีชีวิตอยู่ไม่ยืนยาว”กู้เฉิงถอนหายใจยาว เขามีความรู้สึกขึ้นมาอย่างหนึ่ง ความรู้สึกที่เรียกว่าความโกรธ โกรธที่พวกเขาไม่เคารพชีวิตเฉินฉงซานพูดถูกอย่างหนึ่ง กู้เฉิงไม่ใช่พระโพธิสัตว์ เขาเป็นเพียงคนธรรมดาไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ เรื่องราวที่ไม่ยุติธรรมและถูกใส่ร้ายมีมากมาย เขาจัดการไม่ไหวแม้แต่วิธีการที่กู้เฉิงใช้กับสามแก๊งอำเภอหลัว และกับสมาคมฉางเล่อก็ไม่ค่อยจะสง่างามนัก เรียกได้ว่าไม่เลือกวิธีการแต่คำพูดของเมิ่งหานถังประโยคหนึ่งกลับถูกกู้เฉิงจดจำไว้ในใจ
ในฐานะผู้บำเพ็ญเพียร ควบคุมพลังที่คนธรรมดาไม่อาจเอื้อมถึงได้ ต้องมีขอบเขต มิฉะนั้นจะต่างอะไรกับปีศาจและภูตผีกู้เฉิงเป็นคนที่เคยตายมาแล้วสองครั้ง คนที่เคยตาย มักจะรู้คุณค่าของชีวิต รู้จัก