ษ์ราตรีออกมาโดยตรงที่ห้องโถงรับรองแขกของสำนักเต๋าเสวียน คนที่มาต้อนรับกู้เฉิงคือจงหลิน ทั้งสำนักเต๋าเสวียนมีเพียงเขาที่เคยติดต่อกับกู้เฉิงเมื่อได้ยินว่ากู้เฉิงมา จงหลินก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้างเรื่องของสมาคมฉางเล่อก็จบไปแล้ว กู้เฉิงก็เป็นผู้ตรวจการณ์ราตรีของอำเภอหลัว มาที่สำนักเต๋าเสวียนของเขาทำไม“ท่านกู้มาที่สำนักเต๋าเสวียนของข้ามีธุระอันใดรึ”จงหลินถามอย่างไม่แยแส ท่าทีไม่เป็นมิตรนักอย่างไรเสียครั้งที่แล้วเขาแพ้ในการประลองยุทธ์กับกู้เฉิง และยังถูกกู้เฉิงทำลายหุ่นเชิดโลหิตอสูรที่เขาหลอมอย่างประณีตด้วยกระบี่เดียว ทำให้เขาเสียใจอย่างยิ่งในภายหลัง ใช้เงินไปจำนวนมากถึงจะซ่อมแซมได้“ตู้จื่อหยางเป็นศิษย์ของสำนักเต๋าเสวียนของท่านหรือไม่”จงหลินตกใจ “ใช่แล้ว เป็นอะไรไปรึ”กู้เฉิงก็ไม่อ้อมค้อม เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านหลี่เจียทั้งหมดให้ฟังโดยตรงหลังจากฟังจบ คิ้วของจงหลินก็ขมวดเข้าหากันทันที
“ท่านกู้ ตู้จื่อหยางเป็นศิษย์เอกของเจ้าสำนักเต๋าเสวียนของข้าท่านรอสักครู่ เรื่องนี้ข้าต้องไปรายงานเจ้าสำนักก่อน”พูดจบ จงหลินก็จากไปโดยตรง กู้เฉิงกลับถอนหายใจยาวเขามีลางสังหรณ์แล้วว่า เรื่องของสำนักเต๋าเสวียนครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ง่ายๆเพราะในสายตาของจงหลิน เขาไม่เห็นความโกรธที่มีต่อศิษย์ของตนเอง ไม่เห็นความตกใจที่หมู่บ้านหนึ่งถูกแดนอสูรกลืนกิน และยิ่งไม่มีความเมตตาต่อผู้รอดชีวิตที่กำลังตกอยู่ใน