หมอก หมอกหนาทึบลอยอวลอยู่รอบกาย สี่ทิศแปดด้าน ราวกับเหลือเพียงกู้เฉิงอยู่เพียงลำพังในความมืดมิดยามราตรีราวกับมีดวงตานับไม่ถ้วนกำลังจ้องมองเขาอยู่ ไร้ซึ่งเสียงใดๆ แต่ความรู้สึกนั้นราวกับจะกลืนกินเขาทั้งเป็นความกลัวจู่โจมเข้ามาจากก้นบึ้งของหัวใจ เป็นสัญชาตญาณที่ไม่อาจกดข่มได้ เป็นความกลัวที่ติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิดความกลัวความมืดกู้เฉิงก็กลัวแต่วิธีรับมือกับความกลัวของผู้บำเพ็ญเพียรไม่ใช่การกรีดร้องและหลีกหนี แต่คือการทลายความกลัวนั้นให้สิ้นซากกระบี่ห้วงโลหิตไม่รู้ว่าถูกกู้เฉิงกุมไว้ในมือตั้งแต่เมื่อไหร่ เมื่อฟาดฟันกระบี่ออกไป เปลวเพลิงยมโลกที่มืดมิดไม่แพ้กันก็ฉีกกระชากม่านหมอกและความมืดมิดยามราตรีเบื้องหน้าชั่วพริบตาต่อมากู้เฉิงผุดลุกขึ้นนั่งทันที มือขวายังคงกุมกระบี่ห้วงโลหิตไว้แน่นบนหน้าผากมีเหงื่อเย็นซึมออกมามองดูกระบี่ในมือ ในดวงตาของกู้เฉิงฉายแววครุ่นคิด
ตั้งแต่จากจวนจงหย่งโหวมา กู้เฉิงก็มีนิสัยอย่างหนึ่งมาโดยตลอด นั่นคือแม้แต่ตอนนอนก็จะพกกระบี่ติดตัวไปด้วยเมื่อครู่เขาฝันร้าย นี่เป็นเรื่องที่ไม่ปกติอย่างยิ่งหลังจากเข้าสู่ขั้นฝึกฝนภายใน อวัยวะภายในทั้งห้าและหกของกู้เฉิงผ่านการขัดเกลาด้วยพลังปราณจนแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เส้นลมปราณและกล้ามเนื้อก็ถูกหล่อหลอมจนแข็งแรงมากเช่นกัน นี่แสดงให้เห็นว่ากู้เฉิงควบคุมร่างกายของตนเองได้ดีมากแล้ว ดังนั้นแม้แต่ตอนนอน เขาก็ควรจะหลับลึก ไม่ใช่ฝันร้ายเช