ม่มีบุตร”“ไม่ต้องรีบร้อน พาข้าไปดูบ้านของพวกเขาก่อน”บ้านของคู่แรกไม่มีอะไรผิดปกติ เป็นบ้านหลังใหญ่ แต่กลับมีคนอาศัยอยู่เพียงสองคนเพราะคนในเมืองซูเจียค่อนข้างร ่ารวย ดังนั้นการจะตัดสินว่ามีกี่คนในบ้านโดยดูจากจำนวนห้องจึงเป็นไปไม่ได้แต่เมื่อมาถึงบ้านของคู่ที่สอง กู้เฉิงก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย โบกมือปล่อยภูตที่เลี้ยงไว้ในอวัยวะออกมาคนตระกูลซูกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก
ตระกูลซูแม้จะไม่ใช่ตระกูลผู้ฝึกตน แต่พวกเขากลับให้บริการผู้ฝึกตน ดังนั้นนักรบรวมถึงนักพรตสายมารต่างๆ พวกเขาก็เคยเห็นมาแล้ว แค่หลอมภูตเท่านั้น ยังไม่ถึงกับทำให้พวกเขาตกใจภูตน้อยห้าตัววิ่งวุ่นไปทั่วทุกห้องในบ้าน ไม่นานก็กลับเข้าไปในพื้นที่หยกดำของกู้เฉิงบนใบหน้าของกู้เฉิงปรากฏรอยยิ้มขึ้นมา มองไปที่สามีภรรยาคู่นั้นแล้วพูดว่า “พวกท่านแน่ใจนะ ว่าพวกท่านไม่มีบุตร”ชายวัยกลางคนยิ้มขมขื่น “ตอนข้ายังหนุ่มไปค้าขายที่แดนเหนือร่างกายถูกความหนาวทำร้าย ชาตินี้คงไม่มีทายาทได้แล้วหากข้ามีลูกชายจริงๆ นั่นก็คงจะเป็นสวรรค์คุ้มครองแล้ว”กู้เฉิงไม่ได้ถามต่อ แต่ผลักประตูห้องหนึ่งออกไปชายวัยกลางคนกล่าว “นี่คือโกดังในบ้านของข้าน้อย”“โกดังรึ”กู้เฉิงหัวเราะเบาๆ อย่างไม่เข้าใจ ก้าวเข้าไปข้างใน ของจิปาถะต่างๆ กองเต็มห้องไปหมด ดูเหมือนโกดังที่ไม่มีคนใช้จริงๆแต่เมื่อกู้เฉิงย้ายกองของจิปาถะเหล่านั้นออก เผยให้เห็นเสาหลักต้นหนึ่ง ชี้ไปที่รอยขีดขวางๆ บนนั