โจวเจี้ยนซิงผู้มีตาหยีคนนี้ ในเรื่องของสมาคมฉางเล่อเขาทำตัวเงียบมาก เหมือนกับที่เขาพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า ขีดจำกัดของเขาคือตระกูลโจวไม่เอาเปรียบแต่ก็จะไม่ยอมเสียเปรียบเช่นกันดังนั้นทั้งเรื่องราวเขาราวกับว่ากำลังดูละครอยู่ นอกจากจะเสนอแนะเรื่องการประลองยุทธ์แล้ว ตลอดทั้งกระบวนการเขาแทบจะไม่ได้พูดอะไรเลย ตอนนี้เขามาเรียกตนเองทำไม“ขอเรียนถามพี่โจวมีอะไรจะชี้แนะ”โจวเจี้ยนซิงยิ้มกล่าว “ชี้แนะไม่กล้าหรอก จริงๆ แล้วข้าอยากจะมาขอความช่วยเหลือจากพี่กู้”“มาขอความช่วยเหลือจากข้างั้นรึ ตระกูลโจวก็ต้องมาขอความช่วยเหลือจากข้าด้วยรึ”โจวเจี้ยนซิงส่ายหน้า “ตระกูลโจวแน่นอนว่าไม่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากพี่กู้ แต่ข้ากลับต้องการพี่กู้ก็รู้ว่าตระกูลโจวจริงๆ แล้วใหญ่มาก และข้าเพิ่งจะเริ่มมาควบคุมธุรกิจบางส่วนของตระกูลโจวในเมืองเหอหยางเมื่อไม่นานมานี้แต่ว่านะ ช่วงนี้กลับเกิดเรื่อง… แปลกๆ น่ากลัวๆ ขึ้นมา
หน่วยพิทักษ์ราตรีในด้านนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นข้าจึงเตรียมจะเชิญพี่กู้มาช่วยตรวจสอบหน่อย”การตัดสินใจของโจวเจี้ยนซิงนี้เป็นความคิดที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจริงๆโจวเจี้ยนซิงเพิ่งจะมาถึงเมืองเหอหยาง เขาไม่ค่อยเข้าใจหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยางนัก รู้เพียงว่าผู้บัญชาการใหญ่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยาง ‘ฝ่ามือสุริยันสีม่วงใหญ่’ ชุยจื่อเจี๋ยมีชื่อเสียงไม่น้อยแต่สองวันนี้เขาเห็นสำนักกระบี่ชิงซานและสำนักเต๋า