าวกับมีดที่เผาจนแดงร้อนแทงเข้าไปในเนย ลื่นไหลอย่างถึงที่สุดหุ่นโลหิตอสูรภายใต้กระบี่ของกู้เฉิง ถูกฟันขาดเป็นสองท่อนโดยสิ้นเชิง เส้นไหมสีเลือดที่ใช้เชิดทั้งหมดถูกพลังของสัตย์เลือดดูด
ซับไป พอดีกับที่ชดเชยการใช้พลังของกู้เฉิงในชั่วพริบตาที่ใช้สัตย์เลือดไป“ลูกไม้เยอะแยะ ทำเป็นอวดดีไปได้”กู้เฉิงเก็บกระบี่แล้วถอยกลับ นี่แทบจะเป็นกระบี่ที่ใช้พลังถึงขีดสุดของเขา ในขณะเดียวกันก็นำความรู้สึกสดชื่นอย่างถึงที่สุดมาให้เขา นั่นคือความรู้สึกที่ความคิดปลอดโปร่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการที่เขาฆ่านักพรตห้าอวัยวะเมื่อวานนี้ความรอบคอบระมัดระวังในชาติก่อนและประสบการณ์ที่ถูกลอบทำร้ายในชาตินี้มักจะทำให้ในใจของกู้เฉิงมีอุปสรรคและความขุ่นเคืองอยู่เสมอ อาจจะเป็นความไม่พอใจเล็กน้อยที่ ‘กู้เฉิง’ ที่ถูกลอบทำร้ายไปแล้วทิ้งไว้และเมื่อนักพรตห้าอวัยวะตายไป ความขุ่นเคืองนั้นก็สลายไปในที่สุดหมัดและดาบคือรากฐานในการดำรงชีวิตของเขา กู้เฉิงแสวงหาพลังและอำนาจ ไม่ใช่เพื่อต้องการควบคุมชะตากรรมของผู้อื่น แต่เพื่อต้องการควบคุมชะตากรรมของตนเองการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสภาพจิตใจส่งผลต่อความก้าวหน้าในการบำเพ็ญเพียรของเขา
แม้ตอนนี้ระดับพลังบำเพ็ญของกู้เฉิงจะไม่มีการพัฒนาขึ้นเลยแต่พลังใจและจิตวิญญาณในการลงมือของเขากลับมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดและในขณะนี้จงหลินมองดูหุ่นโลหิตอสูรของตนเองที่แตกเป็นเสี่ยงๆ สายตาเหม่อลอย ใบหน้าแด