สมาคมฉางเล่อไม่ได้ตั้งอยู่ในเมืองเหอหยาง แต่อยู่ในหุบเขาห่างจากถนนหลวงไปทางนอกเมืองเหอหยางสิบกว่าลี้ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน ตลอดทางที่เดินมามีภูเขาเขียวขจีและสายน ้าใสสะอาด ต้นไม้เขียวชอุ่ม ทิวทัศน์ในหุบเขานี้สวยงามอย่างยิ่ง ราวกับเป็นดินแดนสวรรค์บนดินครั้งนี้กู้เฉิงมาโดยยังคงพาลูกน้องมาเพียงสามคนคือ เสี่ยวอี่ จ้าวซิงหมิง และหวังฉีดังที่เมิ่งหานถังกล่าวไว้ ขอเพียงตนเองกุมคนสามคนนี้ไว้ได้โดยพื้นฐานแล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนในหน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอหลัวไม่เชื่อฟังหวังฉีคาบหญ้าไว้ในปาก พลางเคี้ยวไปพลางบ่นไป “สมาคมฉางเล่อที่ปลูกแค่สมุนไพรนั่นกลายเป็นของหอมไปแล้ว พวกเขาโง่รึไง ทำไมไม่ขายสมุนไพรทั้งหมดให้กับหน่วยพิทักษ์ราตรีของเรา แล้วให้หน่วยพิทักษ์ราตรีของเราคุ้มครองพวกเขาจะไม่ดีกว่ารึ”กู้เฉิงส่ายหน้า “สิ่งที่พวกเขาปลูกไม่ใช่สมุนไพรแต่เป็นสมุนไพรวิญญาณ ของแบบนี้คนทั่วไปปลูกไม่ได้หรอกนะ
อีกอย่าง การที่พวกเขาไม่มอบสมุนไพรวิญญาณทั้งหมดให้กับหน่วยพิทักษ์ราตรีของเรานั่นแหละคือสิ่งที่ถูกต้อง สมาคมเล็กๆ แบบนี้ดำเนินกิจการเหมือนเดินบนน ้าแข็งบางๆ ไม่มีวันที่จะทุ่มเททุกอย่างไว้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา พวกเขาจะไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเสียใจ”แน่นอนว่ายังมีอีกประโยคหนึ่งที่กู้เฉิงไม่ได้พูดออกมาหากเป็นไปตามที่ชุยจื่อเจี๋ยกล่าว ด้วยสถานะของหน่วยพิทักษ์ราตรีแคว้นตงหลินในปัจจุบัน หากมี