ำแหน่งในนามแล้วชุยจื่อเจี๋ยเหลือบมองเมิ่งหานถังด้วยความสงสัย เมิ่งหานถังกระแอมหนึ่งครั้งแล้วพูดว่า “ท่านขอรับ ข้าเตรียมจะไปเมืองหลวงแล้วอีกสองเดือนหน่วยพิทักษ์ราตรีสำนักงานใหญ่ที่เมืองหลวงจะส่งคนลงมาคัดเลือก ข้ามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะได้เข้าไปในหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองหลวงทางฝั่งอำเภอหลัวข้าบริหารมาหลายปีจนมั่นคงแล้ว ศักยภาพและความสามารถของกู้เฉิงนั้นสูงสุด ตอนนี้สะสมชื่อเสียงไว้บ้างหลังจากข้าไปแล้วข้าจะเสนอชื่อเขาให้มารับตำแหน่งต่อจากข้า”ชุยจื่อเจี๋ยยิ้มขมขื่น “เจ้าตัดสินใจเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เจ้าก็รู้ว่าที่เมืองเหอหยางเจ้าก็ได้เป็นถึงผู้ตรวจการณ์ราตรีแล้ว รออีกสักพักข้ายังอยากจะเสนอเรื่องขึ้นไป ให้เจ้าได้เป็นรองผู้บัญชาการใหญ่เลยนะ
ทำไมเจ้าถึงต้องทำตามเจ้าเถียเทียนอิงนั่นด้วย ไปเป็นทหารเกราะนิลระดับต ่าสุดที่หน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองหลวงทำไม”เมิ่งหานถังพูดเสียงหนัก “ก็ในช่วงที่ข้ารักษาตัวอยู่นี่แหละการต่อสู้กับคนทรยศของลัทธิหลัวครั้งนั้นข้าถึงได้รู้ว่า บนเส้นทางแห่งวิชายุทธ์ข้ายังตามหลังคนอื่นอยู่มากแค่ไหนบุญคุณที่ท่านชุบเลี้ยงข้า ข้าจะไม่มีวันลืม แต่ข้าอยากจะก้าวไปอีกขั้นบนเส้นทางแห่งวิชายุทธ์ เรื่องยุ่งยากซับซ้อนเหล่านั้นกลับเป็นภาระหลังจากเข้าไปในหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองหลวงแล้ว แม้ว่าข้าจะเป็นได้เพียงทหารเกราะนิลระดับต ่าสุด แต่เคล็ดวิชาและยาเม็ดที่ได้มากลับจะมากกว่าที่เมือ