งเหอหยาง”ชุยจื่อเจี๋ยค่อยๆ ส่ายหน้า “ช่างเถอะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว ข้าก็จะไม่รั้งไว้แล้ว แต่หน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองหลวงก็ไม่ใช่ว่าจะอยู่กันง่ายๆในเมืองหลวงมีทั้งขุนนางและเชื้อพระวงศ์มากมาย ความสัมพันธ์ซับซ้อน หลังจากเจ้าไปถึงเมืองหลวงแล้ว สามารถไปขอคำแนะนำเรื่องเหล่านี้จากเถียเทียนอิงได้”พูดพลาง ชุยจื่อเจี๋ยก็เหลือบมองไปที่กู้เฉิง
พูดอย่างเคร่งครัด กู้เฉิงก็นับเป็นหนึ่งในขุนนางและเชื้อพระวงศ์ของเมืองหลวง แม้จะเป็นตระกูลขุนนางที่ตกอับจนถึงที่สุด แต่บรรดาศักดิ์ก็ยังคงอยู่ตอนที่เถียเทียนอิงเสนอชื่อกู้เฉิงมาที่เมืองเหอหยาง ชุยจื่อเจี๋ยเพียงแค่ต้องการจะตอบแทนบุญคุณของเถียเทียนอิงเท่านั้น แต่เขาไม่คิดว่า กู้เฉิงจะก้าวหน้าได้รวดเร็วขนาดนี้นิสัยของเมิ่งหานถังเขารู้ดี จะบอกว่าเขาเป็นคนหัวโบราณก็ได้หรือจะบอกว่าเขาไม่รู้จักปรับตัวก็ได้แต่เมิ่งหานถังเป็นคนเที่ยงธรรม เรื่องนี้คนทั้งหน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยางต่างก็รู้ดีในเมื่อเขาเลือกกู้เฉิงให้เป็นผู้สืบทอดของหน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอหลัว ก็พิสูจน์แล้วว่าอีกฝ่ายมีความโดดเด่นอย่างแท้จริงมิฉะนั้นต่อให้เจ้าจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเมิ่งหานถังแค่ไหนเขาก็จะไม่ลำเอียงในเรื่องงานเด็ดขาดชุยจื่อเจี๋ยพูดกับกู้เฉิง “เจ้าเป็นลูกน้องสายตรงของเมิ่งหานถังในเมื่อเขาเห็นดีเห็นงามกับเจ้าแล้ว ขอเพียงช่วงเวลานี้เจ้าไม่ทำผิดพลาด ในอนาคตตำแหน่งรักษาการผู้ตรวจการณ์