สำหรับนิสัยของผู้บัญชาการปราบปรามแคว้นตงหลินผู้นั้นชุยจื่อเจี๋ยย่อมเข้าใจดีแม้กู้เฉิงจะไม่ได้เขียนการคาดเดาของตนเองลงไป แต่รายละเอียดบางอย่างในเอกสารก็ทำให้ชุยจื่อเจี๋ยรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้องแล้วแต่ถึงจะไม่ถูกต้องแล้วจะทำอย่างไรได้ผู้ใหญ่เบื้องบนนั้นยึดคติว่า มีเรื่องดีกว่าไม่มีเรื่อง ไม่มีเรื่องดีกว่าไม่มีอะไรเลยเรื่องแบบนี้เขาย่อมต้องปิดข่าวไว้อย่างแน่นอนดังนั้นชุยจื่อเจี๋ยจึงเรียกกู้เฉิงและคนอื่นๆ มาโดยตรง ถือเอกสารแล้วพูดว่า “เรื่องภูเขาแม่ทัพนี้พวกเจ้าทำได้ดีมาก แต่เรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้ให้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ภูตผีธรรมดาๆ ไป คะแนนผลงานกู้เฉิงได้200 คะแนน พวกเจ้าที่เหลือได้ 100 คะแนน มีใครคัดค้านหรือไม่”จ้าวซิงหมิงและคนอื่นๆ ต่างส่ายหน้า “ไม่มี”เรื่องในครั้งนี้จริงๆ แล้วพวกเขาออกแรงแค่ตอนที่สู้กับกลุ่มนักพรตนอกรีตเท่านั้น สุดท้ายเป็นกู้เฉิงที่ต้องเผชิญกับอันตราย
อย่างยิ่งยวดในการหลบหนีการไล่ล่าของวิญญาณหลี่หรูกง เขาได้คะแนนมากกว่าคนอื่นหนึ่งเท่า ก็ไม่มีใครคัดค้านหลังจากแยกย้ายกันไป เมิ่งหานถังก็นำกู้เฉิงและคนอื่นๆ ไปยังห้องเงียบสงบห้องหนึ่ง พูดเสียงหนัก “เมื่อครู่ท่านผู้บัญชาการใหญ่พูดไปแล้วว่าเรื่องนี้จบลงเพียงเท่านี้ตอนนี้ข้าจะพูดอีกครั้ง จำไว้ให้ดี อย่าไปสนใจสืบสวนเรื่องนี้อีกต่อไปรวมถึงหลังจากกลับไปอำเภอตงหลินแล้ว ก็อย่าได้นำเรื่องนี้ไปป่าวประกาศ ให้พูดว่าเป็นเหตุการ