ม”
กู้เฉิงแสร้งทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงยิ้มกล่าว “หากหัวหน้าตู้แสดงความจริงใจเช่นนี้ตั้งแต่แรก ก็คงไม่ต้องมาถึงขั้นนี้หรอก”หวังชวนกลับพูดเสียงเย็นชา “หัวหน้าตู้ ท่านคงไม่รู้ว่าหน่วยพิทักษ์ราตรีเป็นคนแบบไหน ตอนนี้ท่านกลับจะไปร่วมมือกับพวกเขาข้าไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม”สิ้นคำพูดนั้น ในกลุ่มคนก็มีเสียงสนับสนุนหวังชวนดังขึ้นสามสี่เสียง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยู่ข้างหวังชวนตู้หลานเจียงหัวเราะเยาะ “ข้ายังร่วมมือกับพวกเจ้าได้ ทำไมจะร่วมมือกับหน่วยพิทักษ์ราตรีไม่ได้ อย่างไรเสียเที่ยวนี้คนก็เยอะพอแล้ว เพิ่มอีกสักหน่อยจะเป็นไรไปหากพวกเจ้าไม่พอใจ ข้าถอนตัวก็ได้ รอให้พวกเจ้าสู้กับหน่วยพิทักษ์ราตรีเสร็จก่อนแล้วค่อยไปกัน ข้าไม่เข้าข้างฝ่ายไหนแน่นอน”หวังชวนได้ยินดังนั้นก็แค่นเสียงเย็นชา แน่นอนว่าเขาไม่ได้โง่พอที่จะไปสู้ตายกับหน่วยพิทักษ์ราตรีเมื่อทั้งสองฝ่ายตัดสินใจร่วมมือกัน บรรยากาศก็ไม่ตึงเครียดเหมือนก่อนหน้า แต่ก็ยังคงมีความเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน“จริงสิ ยังไม่ทราบชื่อของท่านผู้ใหญ่นี่เลย”ตู้หลานเจียงประสานมือถาม สายตาก็แฝงแววสำรวจ
เมื่อครู่ชายหนุ่มผู้นี้ใช้เพียงสองกระบวนท่าก็สังหารเหอเทียนจิ่วได้ นี่ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอนเหอเทียนจิ่วแม้จะเชี่ยวชาญวิชาลวงตาเป็นหลัก และฝึกฝนวิชาจิปาถะอื่นๆ บ้าง พลังฝีมือจัดว่าอยู่ในระดับแปดได้แบบคาบเส้น แต่กลับถูกอีกฝ่ายสังหารในสองกระบวนท่า แสดงให้เห็นถึงความรวดเ