หลิ่วอิ๋งอิ๋งซึ่งเป็นสาวงามที่บอบบางน่าสงสารเช่นนี้กลับพูดถึงแต่เรื่องศพไม่หยุด นี่ทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งกู้เฉิงกล่าวอย่างเรียบเฉย “อย่าลืมว่า ตอนนี้เจ้าอยู่ในมือของข้านะ ข่าวสารของคนเหล่านั้นข้าถาม เจ้ายังกล้าไม่ตอบรึ ของที่อยู่ในมือของข้าแล้ว ยังจะเอาออกมาทำข้อตกลงได้อีกรึ”หลิ่วอิ๋งอิ๋งตะโกนลั่น “เฮ้ๆ อย่ามาทำตัวเป็นจริงเป็นจังนักสิ พวกเจ้ามีกันแค่แปดคน เจ้าพวกนั้นมีกันตั้งสิบกว่าคนนะ ถ้าสู้กันจริงๆพวกเจ้าก็เสียเปรียบ มีข้าเพิ่มอีกคน อย่างน้อยก็ยังเพิ่มพลังต่อสู้ได้บ้างไม่ใช่รึ”ทันใดนั้นฉีโจวได้ยินว่าอีกฝ่ายมีคนอยู่สิบกว่าคน เขาก็ลังเลอยู่บ้าง “กู้เฉิง พวกเราจะระมัดระวังหน่อยดีหรือไม่ ถอยกลับไปก่อนแล้วให้ทางเมืองใหญ่ส่งคนมาเพิ่มอีกหน่อย อย่างไรเสียภารกิจครั้งนี้ของพวกเราก็เน้นการสืบสวน ไม่ใช่มาสู้ตายกับพวกยุทธภพนอกรีตระดับล่างที่นี่”ฉีโจวอายุเกือบห้าสิบปีแล้ว วิถีนักรบเพิ่งจะบรรลุถึงระดับแปดฝึกภายนอกอย่างยากลำบาก เรียกได้ว่าพรสวรรค์มีจำกัด ชีวิตนี้ก็คงจะมีเพียงเท่านี้
เขาอยู่ในหน่วยพิทักษ์ราตรีก็ไม่ได้เรียกว่ากินเงินเดือนไปวันๆเพียงแต่ว่าเคยชินกับการระมัดระวังอย่างยิ่ง ทุกเรื่องมักจะคิดถึงความปลอดภัย ไม่อยากจะเสี่ยงความปรารถนาสูงสุดของเขาก็คือหลังจากอายุหกสิบปีแล้วสะสมผลงานและประสบการณ์ได้เพียงพอแล้ว ก็จะย้ายไปอยู่ในเมืองใหญ่หรือแคว้น รับตำแหน่งงานธุรก