ลือแต่หนังหุ้มกระดูกเช่นกัน กำลูกศรที่มีลักษณะคล้ายกระดูกแหลมไว้ มีสีเทาขาวที่สำคัญที่สุดคือ เอ็นบนตัวลูกศรกลับเต้นเป็นจังหวะ บนนั้นยังมีความร้อนอยู่ด้วย ราวกับมีชีวิตกู้เฉิงสูดหายใจเข้าลึกๆดูจากท่าทางของนักพรตผู้นั้นและน ้าเสียงของคนทรยศของลัทธิหลัวแล้ว นี่น่าจะเป็นของวิเศษ แต่ทว่าก็เป็นของวิเศษที่ค่อนข้างจะชั่วร้ายอยู่บ้างเขาค้นหาบนร่างของศิษย์ลัทธิหลัวผู้นั้นต่อไป นอกจากเงินเล็กน้อยแล้ว ยังมีสมุดบันทึกอีกสองสามเล่ม
ในจำนวนนั้นมีม้วนคัมภีร์ที่ทำจากหนังอะไรบางอย่าง ตัวอักษรบนนั้นก็เป็นสีดำแดง ราวกับรอยเลือดบนนั้นเขียนวิธีการใช้ธนูปีศาจเย่หลัวไว้“เลือดเนื้อเป็นคันธนู ลูกศรปีศาจเป็นลูกธนู”แปดคำนี้คือหัวใจสำคัญของการใช้ธนูปีศาจเย่หลัว หลังจากอ่านจบแล้ว กู้เฉิงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้ศิษย์ลัทธิหลัวผู้นั้นถึงไม่ใช้มัน ลูกศรปีศาจ ช่างเป็นลูกศรปีศาจจริงๆตามที่กล่าวไว้บนนั้น มันถูกสร้างขึ้นโดยคนหรือปีศาจที่ชื่อเย่หลัว โดยใช้แขนข้างหนึ่งของตนเองหากต้องการจะใช้ ก็ต้องหลอมรวมธนูปีศาจเย่หลัวนี้เข้ากับร่างกายของตนเอง ใช้เลือดเนื้อของตนเองเป็นคันธนู ยิงลูกศรปีศาจนี้ออกไปในเมื่อลูกศรปีศาจนี้มีชีวิต ก็ย่อมต้องกินอาหารเมื่อธนูปีศาจเย่หลัวถูกยิงออกไป จะต้องกลืนกินเลือดเนื้อให้เพียงพอ หากยังกลืนกินไม่พอ งั้นเจ้าก็หาวิธีป้อนมันให้อิ่มซะส่วนจะเอาอะไรมาป้อน ก็เอาตัวเองนั่นแหละเรียกได้ว่าของสิ่งนี