อันที่จริงกู้เฉิงไม่ใช่คนชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นอีกทั้งในฐานะทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรี พฤติกรรมของนักพรตผู้นี้ก็เป็นการลองเชิงที่ขอบเขตของกฎระเบียบแม้ว่าการที่ผู้ฝึกตนก่ออาชญากรรมจะเป็นหน้าที่ของหน่วยพิทักษ์ราตรีที่ต้องจัดการ แต่นักพรตผู้นี้เพียงแค่ใช้คาถาลวงตาหลอกลวงคนธรรมดาเท่านั้น ดังนั้นจึงอยู่ในขอบเขตที่สามารถจัดการหรือไม่จัดการก็ได้กู้เฉิงเพียงแต่รู้สึกขัดตากับท่าทีของนักพรตผู้นี้ที่ทำตัวเป็นทั้งโสเภณีและยังจะสร้างซุ้มประตูแห่งเกียรติยศอีกด้วยหากเรื่องในวันนี้แพร่กระจายออกไป ส่วนใหญ่คงจะกลายเป็นเรื่องราวของยอดฝีมือจากต่างแดนที่หยอกล้อพ่อค้าขี้เหนียวแต่ในความเป็นจริงแล้ว ความเห็นแก่ตัวคือธรรมชาติของมนุษย์การให้แก่เจ้าคือความเมตตา แต่การไม่ให้ก็ไม่ใช่ความผิดอีกอย่างดูจากท่าทางของชายผู้นั้นแล้ว ที่บ้านคงจะลำบากจริงๆสาลี่หนึ่งคันรถก็คือชีวิตหนึ่งชีวิตนักพรตผู้นี้กลับยังคงภาคภูมิใจสั่งสอนคนอื่นว่าอย่าขี้เหนียวอันที่จริงแล้วคนที่ใจแคบอย่างแท้จริงก็คือเขาเอง
อีกอย่างเขาเป็นถึงผู้ฝึกตน กลับไปคิดเล็กคิดน้อยกับคนธรรมดาเช่นนี้ ช่างเสียศักดิ์ศรีจริงๆเสี่ยวอี่ก็รู้สึกขัดตากับเรื่องแบบนี้เช่นกัน แต่กู้เฉิงทำงานอย่างรอบคอบเสมอ เตรียมที่จะสืบหาเบาะแสของนักพรตผู้นี้ แต่ใครจะคิดว่านักพรตผู้นี้จะมาหาเรื่องเองเมื่อได้ยินกู้เฉิงบอกว่าเขาเบื่อชีวิตแล้ว สีหน้าของนักพรตผู้นั้นก็มืดลงทันที “ข้า