็นเพียงคาถาลวงตาเท่านั้น เหมือนกับการปลูกสาลี่ที่นักพรตผู้นั้นแสดงเมื่อครู่ล้วนจัดอยู่ในขอบเขตของวิชาลับนอกรีต หลอกลวงชาวบ้านทั่วไปได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่สามารถยิ่งใหญ่ได้“ทลาย”
พลังปราณในร่างของกู้เฉิงระเบิดออกมา เสียงตะโกนอันเกรี้ยวกราดผสมผสานกับเสียงคำรามพยัคฆ์เสือดาวที่สั่นสะเทือนอวัยวะภายใน สลายขุนพลวัชระนั้นให้กลายเป็นกลุ่มควันทันทีเมื่อเห็นกระบี่สุริยันอักขระเดียวของกู้เฉิงฟันเข้ามาแล้ว นักพรตผู้นั้นกลับหยิบแส้เหล็กออกมาต้านรับเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น พลังปราณทั้งสองสายปะทะกัน เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นนักพรตผู้นี้ไม่เพียงแต่จะใช้คาถาลวงตานอกรีตได้ แต่ยังเป็นนักรบระดับแปดฝึกภายในอีกด้วยวินาทีต่อมา กระบี่ยาวในมือของกู้เฉิงพลิกกลับ กระบวนท่ากระบี่เปลี่ยนเป็นอ่อนช้อยอย่างยิ่ง ราวกับงูวิเศษตัวหนึ่ง เกาะติดอยู่บนแส้เหล็กของอีกฝ่าย พุ่งไปยังข้อมือของอีกฝ่ายกระบี่ทลายวิชายอดฝีมือไร้ลักษณ์ แต่กลับพลิกแพลงได้ร้อยแปดพันเก้า เมื่อเผชิญหน้ากับอาวุธชนิดใด ก็สามารถค้นหาวิธีการทลายที่เหมาะสมที่สุดได้แส้เหล็กมีพลังมหาศาล ก็ใช้ความอ่อนหยุ่นเข้าสู้ราวดั่งอสรพิษแลบลิ้น ผ่านไปกว่าสิบกระบวนท่า พลังปราณบนปลายกระบี่ก็ได้แทงมือของนักพรตผู้นั้นจนเลือดอาบ ถึงกับทำให้เขาจับแส้เหล็กในมือไม่มั่น
ในใจของนักพรตผู้นั้นกลับร้องโอดครวญ หน่วยพิทักษ์ราตรีตอนนี้มีระดับสูงถึงขนาดนี้แล้วรึ ทหารเกราะนิลธรรมดาๆ คนห