เคยสอนข้าว่า ทุกเรื่องต้องมองในแง่ดีข้ามีชะตาที่จะต้องตายตั้งแต่เด็ก แต่กลับสามารถมีชีวิตอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหนึ่งวันก็คือกำไรหนึ่งวัน ดังนั้นข้าจึงมีความสุขทุกวันแม้ว่าอาจารย์จะตายไปแล้ว แต่ท่านได้ช่วยข้า ช่วยบรรดาลูกศิษย์อีกหลายคน นับเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ชาติหน้าจะต้องได้รับผลบุญที่ดีงามอย่างแน่นอน”ขณะที่พูดคุยกันไป ทุกคนก็มาถึงลานบ้านแห่งหนึ่งทางทิศตะวันออกของเมืองในตอนนี้ลานบ้านนั้นถูกปิดล้อม มีมือปราบหลายคนเฝ้าอยู่ข้างนอก ยังมีคนว่างงานบางคนยื่นหน้าเข้ามาดูความวุ่นวาย“แยกย้ายกันไป มีอะไรน่าดูนักหนา”
มือปราบไล่ฝูงชนออกไป แล้วพากู้เฉิงและคนอื่นๆ มาที่ห้องครัวใบหน้าซีดขาว “ท่านใต้เท้าพวกท่านเข้าไปดูเถอะ ข้าไม่กล้าเข้าไปแล้ว”จ้าวซิงหมิงและหวังฉีเป็นคนแรกที่ก้าวเข้าไปในห้องครัว กู้เฉิงและเสี่ยวอี่ตามหลังในห้องครัวนั้น หญิงวัยสามสิบกว่าปีท้องป่องกลมโต ดวงตาแดงก ่าล้มลงข้างเตาไฟ บนพื้นเต็มไปด้วยเลือด ยังมีศพผู้ชายครึ่งตัว“อ้วก”เสี่ยวอี่ทนไม่ไหว อาเจียนออกมาสองครั้งจ้าวซิงหมิงและหวังฉีสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับทหารเกราะนิลของหน่วยพิทักษ์ราตรีที่มีประสบการณ์เช่นพวกเขาแล้ว ฉากที่น่าขยะแขยงกว่านี้พวกเขาก็เคยเห็นมาแล้ว นี่ไม่นับเป็นอะไรพวกเขายังมองดูกู้เฉิงอย่างประหลาดใจ เพราะกู้เฉิงกลับแสดงท่าทีสงบนิ่งอย่างยิ่ง นี่ไม่เหมือนท่าทีของคนใหม่