าของเจ้าเพิ่งจะตายไปคนหนึ่งไม่ใช่รึก่อนหน้านี้ยังมาขอคนกับข้าอยู่เลย ตอนนี้ข้าให้คนเจ้าแล้ว เจ้ากลับไม่พอใจ มีข้อเรียกร้องอะไรมากมายนัก”หยุดไปครู่หนึ่ง ชุยจื่อเจี๋ยก็หัวเราะเบาๆ “อีกอย่างคนที่ข้าให้เจ้าครั้งนี้ไม่ใช่คนที่มาเพื่อเอาตำแหน่งเฉยๆ ข้ารู้สึกได้ว่า มือของเขาเคยเปื้อนเลือด เคยฆ่าคนมาแล้ว”เมื่อได้ยินชุยจื่อเจี๋ยพูดเช่นนั้น เมิ่งหานถังก็หยุดไปครู่หนึ่ง แล้วจึงพยักหน้าตกลงหลังจากพาเมิ่งหานถังมาที่ห้องโถงข้างๆ แล้ว ชุยจื่อเจี๋ยก็ชี้ไปที่เมิ่งหานถังแล้วกล่าวว่า “นี่คือผู้ตรวจการณ์ราตรีอำเภอหลัว เมิ่งหานถัง หลังจากนี้เจ้าก็อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขา”กู้เฉิงลุกขึ้นยืน ประสานมือคำนับเมิ่งหานถัง “ข้าน้อยกู้เฉิงคารวะท่านใต้เท้า”เมิ่งหานถังมองดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอย่างเรียบเฉย “ไปกันเถอะ”
พูดจบ เมิ่งหานถังก็เดินตรงออกจากประตูไปกู้เฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ขณะที่เดินตามเมิ่งหานถังออกไป ก็ลูบคางของตนเองหัวหน้าคนนี้ดูเหมือนจะเข้ากับคนยากน่าดูตลอดทางเมิ่งหานถังไม่ได้พูดอะไรสักคำ กู้เฉิงก็ไม่กล้าเปิดปากถามอำเภอหลัวอยู่ไม่ไกลไม่ใกล้จากเมืองเหอหยาง ทั้งสองคนขี่ม้าใช้เวลาหนึ่งวันจึงจะถึงอำเภอเมืองย่อมไม่คึกคักเท่าเมืองใหญ่ แต่เนื่องจากอำเภอหลัวเป็นอำเภอใหญ่ในสังกัดของเมืองเหอหยาง พื้นที่จึงไม่เล็กหน่วยพิทักษ์ราตรีไม่มีสาขาในอำเภอหลัว มีเพียงฐานที่มั่น เป็นบ้านหลายหลังล้อมรอบกันอยู่ ล้วนเป็นสีดำ