เช่นกัน แต่หน้าประตูไม่มีรูปปั้นตี้ทิงเมื่อพาเข้าสู่ภายในบ้าน ในลานบ้านมีทหารเกราะนิลหลายคนกำลังฝึกซ้อมกันอยู่ที่ลานฝึกกลางแจ้ง เมื่อเห็นเมิ่งหานถังกลับมา ก็หยุดลงแล้วเรียกท่านใต้เท้าหนึ่งคำ พลางมองดูกู้เฉิงอย่างสงสัย“เสี่ยวอี่อยู่ไหน”“ท่านใต้เท้าข้าอยู่นี่”
ทหารเกราะนิลที่ดูเด็กมากคนหนึ่งวิ่งเข้ามา กู้เฉิงมองดูท่าทางของเขาแล้ว ดูเหมือนจะอายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปี หน้าตาหล่อเหลาดูสดใสเมิ่งหานถังชี้ไปที่ชายหนุ่มคนนั้นแล้วกล่าวว่า “นี่คือจางเสี่ยวอี่ทหารเกราะนิลจะทำงานเป็นคู่ หลังจากนี้เจ้าก็อยู่กลุ่มเดียวกับเสี่ยวอี่มีอะไรไม่เข้าใจก็ถามเสี่ยวอี่”พูดจบ เมิ่งหานถังก็เดินจากไป ท่าทีของท่านผู้นี้เมื่อเทียบกับชุยจื่อเจี๋ยแล้ว ช่างเหมือนน ้ากับไฟจริงๆทันใดนั้นเสี่ยวอี่ที่อยู่ข้างๆ ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ท่านใต้เท้าเมิ่งภายนอกดูเย็นชาแต่ภายในใจร้อนรน นิสัยของเขาก็เป็นแบบนี้แหละอันที่จริงทุกครั้งที่เกิดเรื่อง เขาก็จะเป็นคนบุกเข้าไปก่อนเสมอพี่ชายท่านนี้ เรียกข้าว่าเสี่ยวอี่ก็ได้ ท่านชื่ออะไรหรือ”กู้เฉิงประสานมือคำนับ “ข้าชื่อกู้เฉิง มาจากเมืองหลวง”เสี่ยวอี่ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “ข้ายังไม่เคยไปเมืองหลวงเลยที่ที่ใหญ่ที่สุดที่ข้าเคยไปก็คือเมืองเหอหยางพี่เฉิงท่านตามข้ามาก่อน ข้าจะพาไปจัดที่พักให้”พูดจบ เสี่ยวอี่ก็พากู้เฉิงผลักประตูห้องหนึ่ง “ห้องพักทั้งหมดของหน่วยพิทักษ์ราตรีอำเภอหลัวของเราล้วนเหมือนกัน