เสียงดังที่มาจากนอกศาลเจ้าเทพภูเขาทำเอาเจียงฮั่นหลินแทบจะฉี่ราดกางเกงเขาแค่พูดอวดไปเท่านั้น ไม่น่าจะแม่นขนาดนี้เลยใช่ไหมหัวหน้าองครักษ์ของตระกูลเซียวเป็นคนแรกที่ได้สติ เขากวัดแกว่งดาบยาวขวางหน้าคุณหนูเซียวและพ่อบ้านไว้ พร้อมตวาดลั่น“ใครอยู่ข้างนอก”นอกศาลเจ้าเทพภูเขา มีเสียงชราภาพหัวเราะอย่างประหลาด “มีทางใหญ่โตไม่เดิน กลับเลือกเดินเส้นทางเล็กๆ ในป่าเขาเปลี่ยวร้างแห่งนี้ พวกเจ้าทำให้ข้าต้องตามหาอยู่นานแต่ก็ดีเหมือนกัน จัดการพวกเจ้าที่นี่ ก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลาจัดการร่องรอยอีก”พ่อบ้านชราของตระกูลเซียวกล่าวเสียงขรึม “แม้ข้าจะไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า นายท่านของข้าเป็นขุนนางระดับห้าในเมืองหลวงท่านกล้าทำร้ายพวกเรา ไม่กลัวว่าวันหน้าจะถูกหน่วยพิทักษ์ราตรีตามล่าเอาผิดรึ”
คนผู้นั้นหัวเราะอย่างประหลาด “กลัวสิ แน่นอนว่าต้องกลัว แต่ก็เพราะเป็นญาติของขุนนางระดับห้านี่แหละ ถึงได้มีค่าหัวถึงเจ็ดพันตำลึง”สิ้นเสียงของคนผู้นั้น ประตูไม้ที่ผุพังนอกศาลเจ้าเทพภูเขาก็ถูกพังทลายลงโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าทุกคนกลับเป็นศพหลายสิบศพศพเหล่านั้นมีใบหน้าที่น่ากลัวสยดสยอง บางศพถึงกับเน่าเปื่อยแล้วแต่ในตอนนี้ พวกมันกลับเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต สวมชุดเกราะที่ขาดรุ่งริ่ง ร่างกายแข็งทื่อ เคลื่อนเข้ามาหาทุกคนกู้เฉิงหันไปมองเจียงฮั่นหลิน “นี่คือเจียงซือที่เจ้าพูดถึงรึ”เจียงฮั่นหลินส่ายหน้าตัวสั่น