งวิ่งหนีกลับมาอย่างทุลักทุเล ข้างหลังพวกเขา มีเสือโคร่งลายพาดกลอนตัวใหญ่มหึมากำลังไล่ตามมา และ
บัณฑิตหนุ่มจ้าวซิงหัวก็เดินตามหลังเสือโคร่งตัวนั้นมาด้วย รอบกายมีไอเย็นแผ่ซ่านเมื่อครู่จ้าวซิงหัวเล่าเรื่อง ‘เป็นข้ารับใช้เสือ’ อันที่จริง เขาเองนั่นแหละคือ ‘ภูตชาง’ ข้ารับใช้เสือตนนั้นกู้เฉิงมักจะถนัดในการสังเกตสีหน้าและท่าทางของผู้คน จากบทสนทนาเมื่อครู่เขาก็พบว่า บัณฑิตคนนี้โกหกทั้งเพปีหน้าถึงจะเป็นการสอบขุนนาง แล้วปีนี้เขาจะมาเมืองหลวงทำไม ในเมื่อเวลายังมีเหลือเฟือ เขาที่เป็นบัณฑิตที่ไม่มีแรงแม้แต่จะฆ่าไก่ กลับยังเดินทางลัดอีกอย่างเห็นได้ชัดว่าเขาก็หลงทางเหมือนกัน แล้วตอนนี้มารู้จักทางลัดได้อย่างไรคำพูดขัดแย้งกันไปมา ท่าทางก็ไม่เป็นธรรมชาติ เห็นได้ชัดว่ามีพิรุธในตอนนี้เสือโคร่งตัวนั้นกระโจนหนึ่งครั้ง พุ่งเข้าใส่เจียงฮั่นหลินและหานจิงจิงแล้ว ความเร็วสูงมาก ในความมืดมิดเห็นเพียงเงาสีเหลืองเข้มสายหนึ่ง“ศิษย์น้องเจ้าไปก่อน”
เจียงฮั่นหลินคนนี้ชอบพูดอวด ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ทั้งยังขี้ขลาดกลัวตาย ปากก็บอกว่าจะขจัดมารพิทักษ์ธรรม แต่พอเจออันตรายเข้าจริงๆ กลับคิดจะเอาตัวรอดแต่ในยามคับขันเช่นนี้ เขากลับยืนขวางหน้าหานจิงจิง ชักกระบี่ยาวในมือออกมา ใช้กระบี่แสงเย็นชิงหยวนของสำนักกระบี่ชิงหยวนปลายกระบี่เปล่งประกายเย็นเยียบแทงออกไปแต่ในแววตาของเสือโคร่งลายพาดกลอนกลับฉายแววดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด เปลี่ยนจา