ด้วยนิสัยจากชาติก่อน ทำให้กู้เฉิงเป็นคนช่างสังเกตสีหน้าแววตาของผู้คนอันที่จริงจะเรียกว่าชำนาญก็ไม่ถูกนัก แต่ต้องบอกว่าเป็นทักษะที่จำเป็นต้องมี หากเขาไม่มีไหวพริบอยู่บ้าง จะไปเกลี้ยกล่อมให้ลูกค้าจรดปากกาเซ็นสัญญาได้อย่างไรนับตั้งแต่ที่คนทั้งสองก้าวเข้ามาในร้านจนถึงตอนที่นั่งลง กู้เฉิงก็ได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับผู้ฝึกตนอันน้อยนิดของตนวิเคราะห์ระดับฝีมือของคนทั้งสองคร่าวๆ แล้วคนที่ใช้กระบี่น่าจะเป็นนักรบระหว่างระดับเก้าถึงแปด และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นระดับแปดระดับเจ็ดคือระดับหลอมกระดูก แต่กู้เฉิงไม่รู้สึกถึงแรงกดดันที่คล้ายคลึงกับเถียเทียนอิงจากพวกเขา ดังนั้นจึงไม่น่าจะใช่ระดับเจ็ดอีกทั้งการฝึกภายนอกระดับเก้านั้นมีความก้าวหน้าที่รวดเร็ว ในเมื่ออีกฝ่ายสามารถมารับงานเป็นมือสังหารได้ ระดับแปดจึงมีความเป็นไปได้มากที่สุด
ส่วนอีกคนนั้นดูแปลกประหลาด รูปร่างผอมบางไม่เหมือนนักรบและแขนข้างนั้นก็ดูผิดปกติอย่างยิ่ง มันใหญ่โตจนไม่สมส่วนกับร่างกายของเขาคนผู้นี้น่าจะเคยฝึกฝนวิถีนักรบมาบ้าง แต่ก็คงจะฝึกวิชาลับสายมารที่ประหลาดพิสดารบางอย่างควบคู่ไปด้วยในเมื่อสามารถร่วมมือกับนักรบระดับแปดได้ ก็ควรประเมินให้สูงไว้ว่าเป็นระดับแปด และระดับความอันตรายก็น่าจะอยู่เหนือกว่านักกระบี่ผู้นั้นเมื่อมองกลับมาที่ตนเอง กู้เฉิงเพิ่งจะอยู่แค่ขั้นต้นของระดับเก้าประสบการณ์การต่อสู้แทบจะเป็นศูนย์ มีเพียงภูตหัวใจในจี้หยก