สถานการณ์ของกู้เฉิงในตอนนี้เลวร้ายอย่างยิ่ง คนที่เขาพอจะไว้ใจได้มีเพียงท่านย่าเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆ ใครจะรู้ว่าเป็นคนของจางซื่อหรือไม่ยิ่งไปกว่านั้น ท่านย่ายังคิดจะส่งเขาไปเป็นทหารอยู่กับท่านอาสอง นั่นมันไม่ต่างอะไรกับการส่งแกะเข้าปากเสือในเมื่อจางซื่อต้องการจะฆ่าเขาให้ตาย แล้วท่านอาสองของเขาจะคิดเช่นไร กู้เฉิงไม่กล้าเสี่ยงเดาใจเลยในสายตาของท่านย่า จางซื่อเป็นเพียงคนปากร้ายไปบ้างเท่านั้นท่านย่าไม่เคยคาดคิดเลยว่าลูกสะใภ้คนนี้จะถึงกับลงมือฆ่าคนเพื่อแย่งชิงตำแหน่งโหวประสบการณ์จากการย้ายงานหลายครั้งในชาติก่อนสอนกู้เฉิงว่า หากอยู่ที่ไหนแล้วไปไม่รอด ก็แค่ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ไม่เห็นจะต้องผูกคอตายอยู่กับต้นไม้ต้นเดียวกู้เฉิงเอ่ยเสียงหนักแน่น “ท่านย่า หลานใกล้จะถึงวัยบรรลุนิติภาวะแล้ว สมควรจะมีที่ทางเป็นของตัวเอง จะมานั่งกินนอนกินอยู่ในจวนต่อไปไม่ได้
หลานไม่เก่งทั้งบุ๋นทั้งบู๊ หากไปอยู่กับท่านอาสองก็เกรงว่าจะเป็นภาระเสียเปล่าๆ บังเอิญว่าหลานเพิ่งประสบกับเรื่องนี้มา การไปอยู่หน่วยพิทักษ์ราตรีจึงน่าจะเหมาะสมที่สุด”ท่านย่าเช็ดน ้าตาพลางกล่าว “พูดอะไรอย่างนั้น เราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะมาเป็นภาระอะไรกัน ถ้าไม่ใช่เพราะผลงานทางทหารที่พ่อของเจ้าทิ้งไว้ให้ อาของเจ้าก็คงไม่ได้เป็นถึงชานเจียงหรอกเจ้าเด็กคนนี้แค่ไก่สักตัวยังไม่เคยฆ่า แล้วจะไปฆ่าคนฆ่าผีได้อย่างไร ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป ตระกูลเราสายนี้ก็เท่ากับ