สิ้นสุดแล้วนะ”จางซื่อที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้น “ท่านย่า ยังมีเจิ้งเอ๋อร์อยู่นะคะ ตระกูลกู้ของเราจะสิ้นสุดได้อย่างไร”สีหน้าของท่านย่าพลันเคร่งขรึมลง “ถ้าเฉิงเอ๋อร์เป็นอะไรไปตระกูลสายพี่ใหญ่ของเจ้าก็สิ้นสุดไม่ใช่รึ ทำไมเจ้าถึงได้เห็นแก่ตัวเช่นนี้ คิดถึงแต่เรื่องของตัวเองอยู่ได้”กู้เฉิงได้แต่ยิ้มขื่นในใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมจางซื่อถึงเกลียดเขาเข้าไส้ คงไม่ใช่แค่เรื่องตำแหน่งโหวเพียงอย่างเดียวการที่ท่านย่าลำเอียงเข้าข้างเขาเช่นนี้ ทุกครั้งที่ท่านย่าตำหนิเธอ เธอก็คงจะลงบัญชีแค้นไว้ที่เขาเป็นแน่เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว กู้เฉิงจึงกล่าวกับท่านย่า “ท่านย่า ท่านไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว หลานตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว”
ท่านย่าชะงักไปครู่หนึ่ง หลานชายคนนี้ของเธอมีความคิดเป็นของตัวเองตั้งแต่เมื่อใดกัน ช่างเหมือนกับพ่อของเขายิ่งนักเมื่อเห็นว่าหลานโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ท่านย่าก็ถอนหายใจก่อนจะหันไปพูดกับเถียเทียนอิง “ท่านเถีย เช่นนั้นก็คงต้องรบกวนท่านแล้ว”เถียเทียนอิงพยักหน้า “ท่านย่าเกรงใจเกินไปแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ข้าควรทำข้าจะกลับไปเขียนจดหมายแนะนำคุณชายกู้เข้าหน่วยพิทักษ์ราตรีทันที เมื่อได้หนังสือรับรองแล้ว เขาก็สามารถเดินทางไปรายงานตัวที่หน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยาง แคว้นตงหลินได้เลย”ท่านย่าประหลาดใจ “แคว้นตงหลิน เมืองเหอหยางรึ ทำไมถึงไปไกลขนาดนั้น ไม่ใช่ที่เมืองหลวงหรอกหรือ”เถียเทียนอิงส่า