ยหน้า “แน่นอนว่าไม่ใช่เมืองหลวง ที่นั่นเป็นกองบัญชาการใหญ่ของหน่วยพิทักษ์ราตรี เป็นที่รวมเหล่าหัวกะทิจากทั่วทั้งต้าเฉียน จึงไม่รับคนใหม่ไม่ใช่ว่าข้าจะโอ้อวด แม้ตอนนี้ข้าจะเป็นเพียงทหารเกราะนิล แต่หากไปอยู่ที่หน่วยพิทักษ์ราตรีเมืองเหอหยาง อย่างน้อยก็ต้องได้ตำแหน่งรองผู้บัญชาการหรือผู้ตรวจการณ์ราตรีตัวข้าเองก็เคยเลื่อนตำแหน่งจากผู้ตรวจการณ์ราตรีเมืองเหอหยางขึ้นมายังเมืองหลวง ปัจจุบันผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์ราตรีเมือง
เหอหยาง ‘ฝ่ามือสุริยันสีม่วง’ ชุยจื่อเจี๋ย ก็เป็นสหายร่วมงานเก่าของข้า คุณชายกู้ไปอยู่ที่นั่นย่อมจะได้รับการดูแลและฝึกฝนเป็นอย่างดี”ไม่รอให้ท่านย่าตอบตกลง กู้เฉิงก็ประสานมือคำนับ “ขอบคุณท่านเถียที่กรุณา”เถียเทียนอิงพยักหน้ารับ “คุณชายกู้ไม่ต้องเกรงใจ เมื่อครั้งอดีตข้าเถียผู้นี้เคยได้รับบุญคุณจากท่านโหวผู้ล่วงลับ เรื่องเพียงเท่านี้ถือเป็นสิ่งที่ควรทำข้าจะรีบไปดำเนินการเรื่องเอกสารเพื่อส่งต่อไปยังเมืองเหอหยางคาดว่าประมาณหนึ่งเดือนก็น่าจะเรียบร้อย”หลังจากเถียเทียนอิงจากไป ท่านย่าก็เอ่ยขึ้นอย่างตัดพ้อ “หลานเอ๋ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้าตอบตกลงอะไรไป การตัดสินใจครั้งนี้ของเจ้ามันวู่วามเกินไปนัก”“ท่านย่า ข้ารู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ตระกูลกู้ของเราสืบเชื้อสายนักรบ จะให้มาสิ้นสุดที่รุ่นของข้าไม่ได้”ท่านย่าถอนหายใจ “เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้วก็ดี มานี่ให้บ่าวไพร่เตรียมน ้าให้คุณชา