ยอาบเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเตรียมสำรับอาหารมาด้วย เฉิงเอ๋อร์ไม่ได้กินอะไรมาเกือบทั้งวันแล้ว”กู้เฉิงรีบกล่าว “ข้าไม่ได้ร่วมโต๊ะกับท่านย่านานแล้ว วันนี้ข้ากินกับท่านย่าดีกว่าขอรับ”
ตอนนี้จางซื่อเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ ขนาดจ้างคนมาใช้วิชาคุณไสยฆ่าเขายังทำได้ ใครจะรับประกันว่าเธอจะไม่คิดวางยาพิษแม้การวางยาพิษในสถานการณ์เช่นนี้จะเป็นเรื่องโง่เขลาและเสี่ยงต่อการถูกเปิดโปง แต่ใครจะรู้ว่าสตรีผู้นี้อาจจะโกรธจนขาดสติก็เป็นได้ท่านย่าได้ฟังก็ยิ้มกว้าง “ได้สิ ได้สิ มากินข้าวกับย่า”จางซื่อมองตามร่างของท่านย่าและกู้เฉิงที่เดินจากไป ในแววตาของเธอฉายประกายความเคียดแค้นอันเย็นเยียบหลังกินข้าวเสร็จ กู้เฉิงกลับมายังห้องของตน เขาสำรวจตรวจตราจนทั่วแล้วจึงหยิบจี้หยกที่ซ่อนไว้ในอกเสื้อออกมาเขาจำได้ว่าครั้งก่อนเพียงแค่ลูบมันเบาๆ ก็ถูกดึงเข้าไปในพื้นที่มืดมิดนั่นแล้วแต่ครั้งนี้ ทันทีที่กู้เฉิงนึกถึงพื้นที่มืดมิดนั้น สติของเขาก็ถูกดูดเข้าไปในบัดดลคราวนี้กู้เฉิงสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ถูกดูดเข้าไปคือจิตวิญญาณของเขาเอง ซึ่งทำให้เขาสูญเสียพลังจิตไปส่วนหนึ่งและรู้สึกอ่อนเพลียในทันทียิ่งไปกว่านั้น เมื่อกู้เฉิงลองหลับตาตั้งสมาธิ เขาก็พบว่าทุกวินาทีที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ พลังจิตของเขากำลังถูกสูบออกไปเรื่อยๆ
ที่เขาหมดสติไปครั้งก่อนหาได้เกี่ยวข้องกับภูตหัวใจไม่ แต่เป็นเพราะพลังจิตของเขาหมดสิ้นไปต่างหากทันใดนั้นเจ้า