เอกสารยืนยันตัวตนของกู้เฉิงไปส่งที่เมืองเหอหยางขณะเดียวกัน เขาก็ถือโอกาสตรวจดูอาการของกู้เฉิง ว่าไอเย็นบนร่างกายจางลงบ้างแล้วหรือไม่แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว เถียเทียนอิงกลับขมวดคิ้ว “เหตุใดไอเย็นบนตัวเจ้าจึงดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นอีก เมื่อวานเจ้าเจอเรื่องประหลาดอะไรอีกรึ”
กู้เฉิงคาดว่าอาจเป็นเพราะเมื่อวานเขาได้สัมผัสกับภูตหัวใจอีกครั้ง จึงได้รับไอเย็นมาเพิ่ม“เปล่านี่ขอรับ เมื่อวานทุกอย่างปกติ”ไอเย็นเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เถียเทียนอิงจึงไม่ได้ซักไซ้ต่อเพียงแต่ถามว่า“คุณชายกู้ ท่านเคยฝึกฝนวิชาประจำตระกูลจงหย่งโหวของท่านหรือไม่”“วิชา”กู้เฉิงส่ายหน้าอย่างงุนงง “ในความทรงจำ ท่านพ่อสอนเพียงเพลงมวยสำหรับฝึกร่างกาย ไม่เคยเอ่ยถึงวิชาอะไรเลย”เถียเทียนอิงถอนหายใจ “ดูท่าว่าบิดาของเจ้าคงจะเป็นผู้ฝึกตนสายนักรบคนสุดท้ายของตระกูลกู้แล้ว และวิชาที่เขาฝึกก็คงไม่ใช่วิชาของตระกูลเจ้าบรรพบุรุษของตระกูลกู้หาได้เป็นผู้ฝึกตนมาแต่เดิม ดังนั้นจึงไม่มีวิชาที่แข็งแกร่งสืบทอดลงมา ในยุคหลังต้องอาศัยผลงานทางการทหารเพื่อแลกเปลี่ยนกับตำราวิชาแต่ราชสำนักมีกฎว่า ตำราวิชาที่ได้มาจากผลงานทางการทหารนั้น ทุกครั้งที่ระดับสูงขึ้นหนึ่งขั้น จึงจะสามารถแลกเปลี่ยนตำราขั้นต่อไปได้หนึ่งขั้น และยังต้องลงอาคมห้ามมิให้ถ่ายทอดแก่ผู้อื่น”
พูดจบ เถียเทียนอิงก็ยื่นตำราเล่มบางสองเล่มให้กู้เฉิง คือ ‘ตำราวิถีนักรบ’ และ ‘ตำราศาสตร์เร้นลับ’“นี่ค