ก็ไม่เคยเห็นใครสลักรูปตี้ทิงเลยเมื่อเห็นชายวัยกลางคนมาถึง ท่านย่ากู้ก็รีบพูด “ท่านเถียเทียนอิง ตรวจสอบได้หรือยังว่าทำไมหลานชายข้าถึงหมดสติไปกะทันหันทั้งๆ ที่ไม่มีบาดแผลแต่กลับมีคราบเลือด”
เถียเทียนอิงมองไปรอบๆ ท่านย่ากู้ก็รีบพูด “ออกไปให้หมด”ในห้องนอกจากท่านย่ากู้ จางซื่อ และพ่อบ้านที่รับใช้ตระกูลกู้มาทั้งชีวิตแล้ว คนอื่นๆ ก็ถูกไล่ออกไปหมดเถียเทียนอิงถามกู้เฉิง “คุณชายกู้ เมื่อวานท่านเห็นอะไรหรือไม่รู้สึกอย่างไรบ้าง”ท่านย่ากู้พูดกับกู้เฉิง “นี่คือท่านเถียเทียนอิงแห่งหน่วยพิทักษ์ราตรี ให้ความร่วมมือกับเขาดีๆ อย่าให้เกิดเรื่องอีก”กู้เฉิงมองจางซื่อแวบหนึ่ง แม้จางซื่อจะดูกังวลและประหลาดใจแต่ก็ไม่ได้ร้อนรนมากนักกู้เฉิงลูบหน้าอกแล้วพูด “เมื่อวานข้าแค่รู้สึกเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง แล้วก็เริ่มดิ้นรน สุดท้ายก็หมดสติไป หลังจากนั้นก็ไม่รู้อะไรอีกเลย”กู้เฉิงไม่ได้พูดถึงเรื่องของจางซื่อ เพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ในเมื่อตอนนี้จางซื่อยังกล้ายืนอยู่ที่นี่ และไม่มีท่าทีร้อนรน ก็แสดงว่าเธอได้จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบไปก็ไม่เจออะไรกู้เฉิงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เมื่อวานในภาพมโนสำนึกนักพรตคนนั้นก็พูดถึงหน่วยพิทักษ์ราตรี ในเมื่อเขารู้จักหน่วยพิทักษ์ราตรี ก็น่าจะมีการป้องกันไว้แล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือ ตัวกู้เฉิงเองก็ ‘ไม่สะอาด’กู้เฉิงคนก่อนได้ตายไปแล้ว เขาเป็นคนทะลุมิติมา น่าจะเข้าข่ายยืมร่างคืนชีพอีกทั