ม่ได้ที่จะลูบคลำต่ออีกสองสามครั้ง
ซูเฉินหน้าแดงขึ้นมาทันที “พี่เหวินซิน ต่อหน้าคนเยอะๆ แบบนี้ พี่กล้าลวนลามหนุ่มหล่อเหรอ~”
เหวินซินรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟช็อต แต่พอคิดดูแล้ว เธอก็วางมือลงบนเอวของซูเฉินอีกครั้ง แล้วพูดอย่างมั่นใจว่า “ก็แค่ล้อเล่น มีปัญหาอะไรเหรอ?”
ซูเฉินก็ไม่ยอมแพ้ ยื่นมือออกไปแล้วพูดว่า “งั้นผมก็ต้องเอาคืนบ้าง!”
“นายอยากตายหรือไง?”
ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะบานปลายจนไม่สามารถบรรยายได้
เหวินว่านก็ถือแก้วน้ำเดินมาที่โต๊ะ แล้วยื่นให้เหวินซิน “พวกเธอสองคน โตกันขนาดนี้แล้ว ยังทะเลาะกันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ”
“พี่คะ ก็ไอ้หมอนี่แกล้งฉันก่อน~” เหวินซินฟ้องทันที
ซูเฉินทำหน้าท่าทางเหมือนโดนรังแก แต่ไม่พูดอะไรออกมา
สีหน้าแบบนั้นทำให้สองพี่น้องหัวเราะกันจนตัวสั่น
ซูเฉินได้กำไรทางสายตาไปเต็มๆ ถึงกับอิ่มเอมหัวใจ
เหวินซินก็เลิกแกล้งงอแง เธอวางมือพาดไหล่ซูเฉิน แล้วเอนตัวพิงเขา “ไม่เล่นแล้วก็ได้ ครั้งนี้ฉันกลับมาช่วงปิดเทอม อยู่ได้ไม่กี่วัน”
“รีบบอกฉันดีกว่าว่าใครเป็นคนรังแกนาย ฉันจะปกป้องนายเอง”
“นายคงไม่ได้หัวกระแทกอีกแล้วกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกใช่มั้ย?”
ตอนพูดประโยคที่สอง เหวินซินดูเป็นกังวลเล็กน้อย
เมื่อสองปีกว่าก่อน ซูเฉินเป็นคนเงียบขรึม
แม้สองพี่น