เจ้าจะให้พ่อเอาหน้าไปไว้ที่ไหนหากต้องออกตัวปกป้องขุนนางโฉดเช่นนั้น”
“แต่นั่นมันเป็นเพียงความผิดเล็กน้อยไม่ใช่หรือเจ้าคะ!” จ้าวซือฉีเงยหน้าขึ้นเถียงอย่างไม่ลดละ
“ขุนนางคนไหนบ้างที่มือไม่สะอาด? ท่านพี่ฉู่เพียงแต่อาจจะพลั้งพลาดไปบ้าง หากเขาต้องโทษประหารหรือถูกเนรเทศ ข้าคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ท่านพ่อช่วยข้าสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ ข้าขอร้อง!”
เมื่อเห็นบุตรสาวที่ทะนุถนอมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกร้องไห้แทบขาดใจ หัวใจของผู้เป็นพ่อก็เริ่มสั่นคลอน จ้าวจางหย่งหลับตาลงอย่างใช้ความคิด ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจนใจ
“ก็ได้…พ่อจะช่วยเท่าที่ช่วยได้” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำเตือน
“แต่เจ้าต้องเข้าใจนะว่าครั้งนี้หลักฐานมันชัดแจ้งเกินไป พ่อคงช่วยได้เพียงบรรเทาโทษไม่ให้ถึงขั้นประหารชีวิตหรือริบทรัพย์ล้างตระกูล แต่อย่างน้อยโทษสถานเบาอย่างการโบยหรือการลดตำแหน่ง คงไม่อาจละเว้นได้เด็ดขาด เจ้าต้องทำใจยอมรับในจุดนี้”
ทันทีที่ได้รับคำรับปาก จ้าวซือฉีก็เปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความดีใจ นางรีบเช็ดน้ำตาแล้วโผเข้ากอดบิดาด้วยความซาบซึ้ง
“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ! เพียงเท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว ขอเพียงเขายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะหาทางช่วยเขาในภายหลังเองเจ้าค่ะ”
นางกล่าวขอบคุณพ่อยกใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เป