าค่ะ”
หลิวอันเซียงลอบสังเกตท่าทางเสแสร้งอันแนบเนียนของบุตรสาว ก่อนจะช่วยเอ่ยสำทับเพื่อส่งเสริมอีกฝ่ายอีกแรง “ซือเยว่เป็นห่วงพี่ชายของนางมากจริง ๆ ซื่อจื่อ ตั้งแต่เกิดเรื่อง นางก็คอยดูแลปรนนิบัติหยางเอ๋อร์ไม่ห่าง แม้จะถูกเขาอารมณ์เสียใส่บ้าง แต่นางก็ไม่เคยนึกโกรธ”
ลู่เทียนสิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็พลันทอดมองฉู่ซือเยว่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารและชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง
“คุณหนูใหญ่ช่างมีจิตใจกตัญญูและอดทนยิ่งนัก ฉู่หยางมีน้องสาวเช่นเจ้านับเป็นวาสนาของเขาแล้ว อย่าได้เศร้าเสียใจไปเลย ข้าเชื่อว่าความจริงใจของเจ้าจะทำให้เขาดีขึ้นในเร็ววัน”
“ขอบคุณพี่เทียนสิงที่ให้กำลังใจเจ้าค่ะ”
ฉู่ซือเยว่ช้อนสายตามองเขาด้วยความซาบซึ้งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบหลบสายตาอย่างเขินอาย
“ถ้าเช่นนั้น…เชิญท่านพี่เทียนสิงตามข้ามาที่เรือนมู่ตานเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะลองไปคุยกับพี่ใหญ่ดูอีกครั้ง เผื่อว่าเห็นหน้าท่านแล้ว เขาจะยอมเปิดใจบ้าง”
หลิวอันเซียงมองตามคนทั้งคู่ที่เดินเคียงข้างกันออกไป แววตาของนางนิ่งสงบราวกับผิวน้ำ ทว่าในใจกลับหัวเราะเยาะในความอ่อนต่อโลกของลู่เทียนสิงอย่างช่วยไม่ได้
นางรู้ดีว่าเป้าหมายของฉู่ซือเยว่ในครั้งนี้ คงไม่พ้นสร้างงิ้วฉากใหญ่ขึ้นมาอีกคราเป็นแน่ เพียงแต่งิ้วฉากนี้ผู้ที่มีแต่เสียกับ