มุนกายกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างฝืนทน แผ่นหลังของเขาดูอ้างว้างและเต็มไปด้วยความขมขื่น
“วันนี้ข้ารู้สึกไม่สบาย อาการปวดแผลกำเริบจนควบคุมตนเองไม่อยู่ ไม่สะดวกจะต้อนรับแขกใด ๆ ทั้งสิ้น เชิญซื่อจื่อกลับไปเถิด”
ลู่เทียนสิงขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองแผ่นหลังของสหายรักด้วยความไม่เข้าใจและสับสน
“ฉู่หยาง เจ้าเป็นอะไรไปกันแน่? เหตุใดจึงเฉยชาและหยาบคายต่อน้องสาวของตนถึงเพียงนี้ เจ้าแต่ก่อนหาใช่คนเช่นนี้ไม่!”
ในขณะที่ลู่เทียนสิงพยายามจะก้าวเข้าไปคาดคั้นหาเหตุผลต่อ ฉู่ซือเยว่ก็ขยับกายเข้ามาชิดพลางใช้นิ้วเรียวเล็กดึงรั้งแขนเสื้อของเขาไว้เบา ๆ นางแสร้งก้มหน้าสะอื้นจนตัวโยน พร้อมกับหยาดน้ำตาที่รินไหลผ่านแก้มเนียนอย่างน่าเวทนา
“ไปกันเถิดเจ้าค่ะพี่เทียนสิง อย่าได้รบกวนพี่ใหญ่เลย ยามนี้เขาคงกำลังทุกข์ใจจนเสียสติไปแล้ว ข้า…ข้าไม่อยากให้เขาต้องลำบากใจเพราะข้าไปมากกว่านี้ ฮึก…”
เสียงสะอื้นไห้นั้นพลันทำเอาลู่เทียนสิงใจอ่อนยวบ ความโกรธเคืองที่มีต่อฉู่หยางพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าทวี เขาหันไปประคองร่างของหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม
“ไปเถิดซือเยว่ ในเมื่อเขาไม่เห็นค่าความหวังดีของเจ้า เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ให้เขาโขกสับอีก”
เขากวาดสายตามองไปที่เตียงของฉู่หยางด้วยความผิดหวังคร