ขณะเดียวกัน ทางด้านฉู่หลันที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามสาวใช้ผู้นำทางมาจนถึงบริเวณสระน้ำหลังสวน บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงัดผิดปกติ ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องหรือเสียงลงโทษอย่างที่นางกังวล
ทันทีที่ก้าวพ้นพุ่มไม้ใหญ่ ร่างของฉู่หลันก็ชะงักงันด้วยความตกตะลึง ใบหน้าจิ้มลิ้มพลันซีดเผือดลงทันตา
เบื้องหน้าของนาง หาใช่ร่างที่บอบช้ำของอามู่อย่างที่คิด หากแต่เป็นฉู่ซือเยว่ที่ยืนตระหง่านอยู่อย่างสง่างามในอาภรณ์สีชมพู โดยมีมู่เถายืนขนาบข้างด้วยสีหน้าเย้ยหยัน รอยยิ้มมาดร้ายบนดวงหน้าของฉู่ซือเยว่ทำให้ฉู่หลันรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
ทว่าด้วยเพราะความกังวลเรื่องสหายรักกลับมีมากกว่าความหวาดกลัว ฉู่หลันจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
“พี่หญิง อามู่อยู่ที่ใดกันเจ้าคะ ข้าขอร้อง…ท่านอย่าได้ทำร้ายอามู่เลยนะเจ้าคะ”
ฉู่ซือเยว่ไม่ตอบคำถามนั้น นางเพียงแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคออย่างเย็นชา
“อามู่อย่างนั้นหรือ? หึ…เจ้าจงห่วงตัวเองก่อนเถิด”
นางก้าวเท้าเข้ามาหาฉู่หลันอย่างไม่รีบร้อน ดวงตาตวัดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของเด็กสาวตรงหน้า แสงแดดที่ส่องกระทบบนตัวอีกฝ่าย ช่วยขับเน้นให้เห็นความงดงามของอาภรณ์ไหมเมฆาที่ปักลวดลายงดงามและเครื่องประดับล้ำค่าบนตัวของคนเบื้องหน้า ยิ่งทำให้ฉู่ซือเยว่รู้สึกริษยาจนแทบคลั่ง
“ต่อให้เจ