้าไปหาปรมาจารย์ทั้งสี่ตามคำสั่งผู้เป็นนายเสร็จสิ้นแล้ว นางก็กลับเข้ามาภายในเรือนพร้อมเอ่ยรายงานอย่างสุภาพ
“บ่าวจัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะฮูหยิน ยามนี้คนของเรารวมตัวกันพร้อมที่ลานหน้าเรือนแล้วเจ้าค่ะ”
หลิวอันเซียงพยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม มือเรียวหยิบสมุดบัญชีเล่มหนาที่เตรียมไว้ขึ้นมาถือไว้มั่น พลางเหยียดยิ้มเย็นออกมา
“ถึงเวลาไปทวงของที่เป็นของข้าคืนเสียที”
กล่าวจบ หญิงสาวก็เดินนำเถียนจื่อออกไปนอกเรือนด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ มุ่งหน้าไปยังคลังใหญ่ของจวนโดยไม่รั้งรอ โดยมีข้ารับใช้ในเรือนของตนเดินตามหลังเป็นพรวน
ขบวนที่ใหญ่โตและบรรยากาศที่เคร่งเครียดเช่นนี้ ได้ดึงดูดสายตาของบ่าวไพร่ทั่วทั้งจวนให้จับจ้องมาเป็นจุดเดียวได้ไม่ยาก เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างพร้อมเพรียงกันนั้น สร้างความกดดันให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้งไปโดยปริยาย
ระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปยังคลังใหญ่ของจวน เหล่าบ่าวไพร่เรือนอื่น ๆ ได้แต่ลอบมองมายังขบวนของฮูหยินด้วยความสงสัย พร้อมทั้งลอบซุบซิบหารือกันด้วยความหวั่นเกรง เนื่องจากพวกเขาไม่เคยเห็นนายหญิงผู้อ่อนโยนและมีเมตตาผู้นี้ มีท่าทีน่าเกรงขามถึงเพียงนี้มาก่อน
ขณะเดียวกัน ทางด้านหลิวอันเซียงเองก็หาได้ส