าะในนิกายศักดิ์สิทธิ์ ใครก็ตามที่เป็นเจินเหรินระดับวางรากฐานล้วนมีสิทธิ์เปิดที่พำนักบนทะเลเมฆเชื่อมฟ้าได้
แต่โดยทั่วไป แม้ว่าเจินเหรินระดับวางรากฐานจะเปิดที่พำนักของตนก็ตาม ทันทีที่สิ้นชีพ ที่พำนักนั้นก็จะถูกรวบคืนโดยนิกาย… มีเพียงสี่ยอดเขาภายในเท่านั้นที่ไม่เป็นเช่นนั้น มันฝังตัวแน่นในทะเลเมฆเชื่อมฟ้าตลอดมา แม้แต่ในยุคที่ไม่มีเจินเหรินคุมอยู่ ยอดเขาทั้งสี่นี้ก็ไม่เคยถูกถอดถอน
“หากจะค้นหาสาเหตุ ก็ล้วนด้วยเงื้อมเงาของบรรพชน”
สตรีหรั่วเซียงเอ่ยอธิบายว่า “จ้าวยอดเขายุคแรกของสี่ยอดเขาภายใน ล้วนเป็นคนสนิทที่ติดตามบรรพจารย์รุ่นแรกของนิกายออกสร้างชื่อ ฝากฝีมือไว้ในยุทธภพ”
“ด้วยเหตุนี้ บรรพจารย์รุ่นแรกจึงเคยให้คำมั่นแก่จ้าวยอดเขาทั้งสี่ ว่าตราบใดที่หน้าผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ยังไม่สูญหาย ยอดเขาทั้งสี่ก็จะไม่ล่มสลาย”
คำมั่นนั้น ย่อมยังคงศักดิ์สิทธิ์อยู่
เพราะบรรพจารย์รุ่นแรกของนิกายศักดิ์สิทธิ์ก็คือจ้าวผู้สำเร็จญาณระดับก่อกำเนิดแห่งนิกาย ยามนี้ยังมีชีวิตอยู่ดี บรรพจารย์อยู่เบื้องบน ใครเล่าจะกล้าทำให้ท่านต้องผิดคำพูด?
“แต่ภายใต้เงื้อมเงาของบรรพชน ทายาทภายหลังมักมิได้เรื่อง”
กล่าวถึงตรงนี้ สตรีหรั่วเซียงเผยแววระอาในแววตา “ผ่านกาลเวลานับไม่ถ้วน สี่ยอดเขาภายในล้วนตกต่ำลง จนจำต้องเชื้อเชิญคนนอกเข้าสู่สายตระกูล”
นี่ก็สมเหตุสมผลดี
ท้ายที่สุด บรรพชนในยุคสร้างนิกายกินขมตลอดชาติไปหมดแล้ว คนในภายหลังมีเพี