ยงเก็บเกี่ยวเสวยสุข แล้วใครจะยังฝืนใจมุมานะเหมือนก่อน? เมื่อวันคืนผ่านพ้น การเสื่อมถอยจึงเป็นธรรมดา
แต่สี่ยอดเขาภายในจะไร้เจินเหรินระดับวางรากฐานประจำการได้อย่างไร? เพื่อแก้ไขวิกฤตจากการตกต่ำ การรับคนนอกเข้ามาจึงกลายเป็นทางออกที่เหมาะสมโดยปริยาย
“เฉินไท่เหอ ก็คือคนเช่นนั้น”
สตรีหรั่วเซียงกัดฟันกล่าว “เมื่อครั้งหนึ่ง เขาแสดงพรสวรรค์บนยอดเขาปะสานฟ้า ถูกตระกูลข้ารับไว้เป็นเขย ได้รับการสนับสนุนจนกลายเป็นเจินเหรินระดับวางรากฐาน”
“แต่หลังจากนั้น เขากลับมิได้จงรักต่อครอบครัวข้าอีก ซ้ำยังเริ่มกดขี่อย่างเงียบเชียบ บรรดาญาติผู้มีพรสวรรค์เหนือกว่าข้าล้วนถูกเขาละทิ้ง หันไปส่งเสริมข้าแทน ทั้งที่ข้าพรสวรรค์ด้อยกว่า เพื่อให้ข้าหยุดยั้งอยู่เพียงระดับต้น ไม่สามารถก่อภัยต่อเขาได้”
กล่าวถึงตรงนี้ สตรีหรั่วเซียงก็ร่ำไห้ น้ำตาคลอเบ้า ดูน่าเวทนานัก
แต่ลวี่หยางหาได้เชื่อแม้ครึ่งคำ
ยิ่งกว่านั้น นางพล่ามมานานก็เอาแต่ระบายความลำเค็ญ แล้วสิ่งตอบแทนเล่า? ผลประโยชน์ของข้าอยู่ที่ใด?
เห็นลวี่หยางยิ้มแต่ใบหน้าแฝงรำคาญระเรื่ออยู่แล้ว สตรีหรั่วเซียงก็ตัดบทสะอื้นทันที แล้วชูข้อเสนอขึ้นแทน
“เฉินไท่เหอเป็นคนนอก ท่านเองก็สามารถเป็นเช่นนั้นได้”
“ข้ายินดีสาบานด้วยวาจาผูกกรรม หากสังหารเฉินไท่เหอได้ ท่านก็จะกลายเป็นจ้าวยอดเขาคนต่อไปของยอดเขาปะสานฟ้า”
“ตำแหน่งนี้มิใช่เพียงชื่อเสียง แต่ยังรวมถึงสถานะ ยศศักดิ์ ทรัพยากรมากมาย