เพียงไม่กี่วันต่อมา ข่าวฉาวโฉ่ภายในจวนสกุลฉู่ก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยในเมืองหลวงราวกับไฟลามทุ่ง ชื่อเสียงของหลิวอันเซียงที่เคยสั่งสมมานานปีในฐานะฮูหยินเอกจวนรองเสนาบดีกรมยุติธรรม กลับป่นปี้พังทลายลงในชั่วข้ามคืน
ตามหอสุราและโรงน้ำชาที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างออกรส
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ ฮูหยินเอกสกุลฉู่ผู้นั้นที่ภายนอกดูเรียบร้อย แท้จริงแล้วนางคือสตรีแพศยาดี ๆ นี่เอง!” ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพลางตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
“ถึงกลับกล้าพาชายชู้เข้ามาเล่นสนุกกันถึงในเรือนตอนสามีเผลอ ช่างไร้ยางอายเกินคนนัก!”
“ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วยนะ ข้าได้ยินมาว่าถึงสองคนเชียว!” หญิงวัยกลางคนอีกคนเอ่ยเสริมด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“เล่นสนุกกันท่าไหนไม่รู้ จนใต้เท้าฉู่พร้อมคุณชายใหญ่และคุณหนูใหญ่บุกเข้าไปจับได้คาหนังคาเขาบนเตียง! น่าสงสารก็แต่คุณหนูใหญ่ที่ต้องมาเห็นมารดาแท้ ๆ ของตนเองทำเรื่องบัดสีเช่นนั้นต่อหน้าต่อตา”
“สตรีเช่นนี้ควรถูกจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำเสียให้รู้แล้วรู้รอด!”
เสียงก่นด่าและคำสาปแช่งดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ บัดนี้ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักสตรีนามหลิวอันเซียงอีกต่อไป เพียงแค่ได้ยินนามของนาง ถ้อยคำด่าทอมากมายก็มักติดตามชื่อเสียงเรียงนามนั้นมาด้วยเสม