ู่ใกล้กันมาก หมิงจูจึงเห็นตัวเองในดวงตาสีดำสนิทของเจียงตั่วที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับอารมณ์เสน่หา เธอรู้สึกขบขันเล็กน้อย
เธอเป็นแพทย์มืออาชีพ แต่ตอนนี้กลับกำลังยั่วยวนคนไข้
เธอปรับลมหายใจ “อย่าพูดว่าไม่เป็นไรสิคะ ถ้าเจ็บตรงไหนก็บอกมาได้ ฉันจะดู… ฉันจะเรียกหมอมาดูให้ค่ะ”
เจียงตั่วจ้องมองเธออย่างจริงจังและยืนยัน “ไม่เจ็บตรงไหนเลยจริงๆ”
หมิงจูได้ฟังก็รู้สึกงุนงง “หรือว่าน้ำไท่สุ้ยออกฤทธิ์? วันนี้ตอนคุณหมดสติ ฉันให้คุณดื่มน้ำไปสามแก้วใหญ่ และเมื่อกี้ก็เพิ่งให้คุณดื่มซุปปลาที่ทำจากน้ำไท่สุ้ยไปชามหนึ่ง”
เจียงตั่วเห็นด้วย “น่าจะใช่”
ปกติแล้วเขารู้สึกเจ็บปวดน้อยกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ตอนที่บาดเจ็บสาหัส เขาก็ทนมาได้ด้วยแรงใจล้วนๆ แต่ครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนว่า… น้ำไท่สุ้ยจะมีผลดีมากทีเดียว
หมิงจูพูดต่อ “คุณต้องเดาไม่ถูกแน่ค่ะว่าฉันป้อนคุณยังไง”
เจียงตั่วมองเธอเงียบๆ หมิงจูส่งยิ้มหวาน ตาหยีพริ้มเป็นประกาย แล้วกระซิบข้างหูเขาเบาๆ “ฉันป้อนคุณทางปากค่ะ”
เจียงตั่วคิดถึงจูบเมื่อครู่ตอนที่เขาเพิ่งตื่นขึ้นมา มันมีกลิ่นหอมของซุปปลาสดใหม่ เขาขมวดคิ้วมองหมิงจู
หมิงจูเห็นสีหน้าของเขาแล้ว ก็แกล้งถามกลับอย่างแง่งอน “นี่สีหน้าแบบไหนกันคะ? คุณรังเกียจฉันงั