้นเหรอ?”
เจียงตั่วปฏิเสธทันควัน “ไม่เลย ฉัน… ขอบคุณที่เธอคอยดูแลฉัน”
“สามีภรรยาดูแลกันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำเหรอคะ?” หมิงจูไม่ต้องการฟังคำขอบคุณ เธอหันไปหยิบชามซุปปลา “เหลืออยู่อีกนิดหน่อย มาค่ะ ฉันจะป้อนคุณให้หมด จะได้ไม่เสียของ”
“ได้”
ดวงตาเรียวยาวของหมิงจูโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เธอยิ้มหวานแล้วถามเขา “ผู้กองเจียงอยากให้ฉันป้อนยังไงดีคะ? ใช้ช้อนดีไหม? หรือจะใช้ปากต่อดีคะ?”
เธอแค่ตั้งใจจะหยอกเย้าเจียงตั่ว แต่ไม่คิดว่าเขาจะตอบกลับมาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ยังไงก็ได้ ตามใจเธอ”
หมิงจูเลิกคิ้วขึ้น ‘โอ้โห! เขาตั้งใจใช่ไหม?’
เธอไม่เชื่อว่าเขาจะยังนิ่งเฉยอยู่ได้!
หมิงจูคิดในใจครู่หนึ่ง เธอก้มลงจิบซุปปลา แล้วโน้มตัวเข้าใกล้เจียงตั่วอีกครั้ง
ขณะที่ริมฝีปากของเธอกำลังจะสัมผัสกับเขา ประตูห้องพักก็ถูกผลักเปิดออกทันที…
เฉียวปินเดินเข้ามาพร้อมกับขนมหวานหนึ่งหอบ เมื่อเขาเห็นฉากนี้ ก็ถึงกับตะลึงจนนิ่งค้างไปทั้งตัว!
หมิงจูเองก็ตกใจกับการเข้ามาอย่างกะทันหันเช่นกัน เธอกลืนซุปปลาในปากลงไปโดยไม่รู้ตัว
เธอผุดลุกขึ้นนั่ง คิ้วขมวดเข้าหากัน “ผู้กองเฉียว คุณทำฉันตกใจหมดเลย!”
เฉียวปินกำลังจะขอโทษ แต่ก็หันไปสังเกตเห็นว่าเจียงตั่วลืมตาแล้ว!
เขาเดินพรวดพราดไปที่เตียงผู้ป่วย ดวงตาแดงก่ำ