งที่แล้วคุณไม่ได้พูดว่า ถ้าฉันไปจับปลาอีก ให้เรียกคุณไปด้วยเหรอคะ ไปไหม?”
เฉียวปินชอบกิจกรรมขึ้นเขาล่าสัตว์ ลงแม่น้ำจับปลาอยู่แล้ว “ไป ไป พี่สะใภ้รอผมก่อนนะ ผมจะไปหยิบเครื่องมือ”
ทั้งสองคนเดินไปยังริมแม่น้ำอย่างกระตือรือร้น ตลอดทาง เฉียวปินก็โอ้อวดประสบการณ์ใช้ฉมวกแทงปลาของตนเอง บอกว่าเป็นนักจับปลาฝีมือดีตัวจริง
ความพูดมากนี้ พอๆ กับหมิงจูเลย!
หมิงจูพาเขามายังที่ที่เคยซักผ้าครั้งก่อน เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนฝนตกหนัก น้ำในแม่น้ำจึงมีปริมาณมากกว่าครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด และน้ำก็ค่อนข้างไหลเร็ว
เฉียวปินจ้องมองผิวน้ำอยู่ครู่หนึ่ง แล้วขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความหงุดหงิด “ไม่มีปลาเลย น้ำสูงขนาดนี้ ดูท่าจะไม่ไหวนะครับ”
แต่หมิงจูไม่คิดเช่นนั้น…
เธอขยับหินสองก้อน ก้อนหนึ่งไว้นั่ง อีกก้อนไว้ขัดผ้า จากนั้นพูดกับเฉียวปินที่ยืนอยู่บนฝั่งว่า “อย่าเพิ่งรีบร้อน รออีกสักสองสามนาทีแล้วค่อยว่ากัน”
เธอพูดจบก็หยิบผ้าปูที่นอนออกมาเริ่มซัก
เฉียวปินก็ไม่อยู่เฉย เขาเดินวนไปวนมาอยู่หลายรอบ
เกือบยี่สิบนาทีผ่านไป ในขณะที่เขาคิดว่าจะยอมแพ้และกลับไปทำงาน หมิงจูที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตรก็ตะโกนเรียกเขาขึ้นมาทันที “เฉียวปิน มา มานี่ ปลามาแล้ว!”
หมิงจูทำตามที่เคยทำครั้งก่อน โดยการเอาเท้าลงไปจุ่มน้ำ แล