ัวเฟิง แววตาพลันเปลี่ยนเป็นครั่นคร้ามลึกยิ่ง
ห้าสิบปีที่ผ่านมา ชื่อของลวี่หยางได้แพร่กระจายไปทั่วนิกายศักดิ์สิทธิ์อย่างเงียบเชียบ
เหล่าศิษย์แทบทั้งหมดต่างรู้กันดี ในนิกายของตนนั้นมี “เต่าชรา” ตัวหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ถึงห้าสิบปีเต็ม เพียงเพื่อรอวันให้อริสิ้นใจด้วยตนเอง
แม้แต่เจินเหรินบางคนยังอดมองเขาด้วยสายตาดูแคลนไม่ได้
ทว่า มีเพียงจ้าวยอดเขาปะสานฟ้า ผู้รู้ความจริงเท่านั้น ที่ถึงกับขยาดลวี่หยางถึงขีดสุด
เขารู้ดีว่าที่ลวี่หยางยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันนี้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะ “หลบหลีกมหันตภัยร้ายแรง” ได้สำเร็จอย่างแท้จริง
บางคนอาจคิดว่า ต่อให้ลวี่หยางออกจากนิกายศักดิ์สิทธิ์ ขอแค่ตั้งใจหลบหนี อรหันต์ฝูหลงก็คงทำอะไรเขาไม่ได้
แต่จ้าวยอดเขาปะสานฟ้ารู้ชัด อรหันต์ฝูหลงนั้นเกลียดลวี่หยางเข้าไส้ ขนาดเตรียมแผนการนับไม่ถ้วนไว้เพื่อกำจัดเขาโดยเฉพาะ!
หากลวี่หยางเผลอประมาทแม้เพียงก้าวเดียว ออกไปจากนิกายตามลำพัง…
ต่อให้ไม่ถึงตาย ก็ต้องบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นใช้เวลากว่าร้อยปีในการฟื้นฟู
เมื่อเทียบกับห้าสิบปี… นั่นนับว่าไม่คุ้มแม้แต่น้อย!
“เด็กคนนี้… อย่าได้ล่วงเกินโดยเด็ดขาด!”
จ้าวยอดเขาปะสานฟ้าถอนหายใจยืดยาว สิ่งเดียวที่เขาพอจะโล่งใจได้บ้างก็คือ สองคราที่เขาเคยลงมือเกี่ยวข้องนั้น ล้วนปิดบังตัวเองไว้อย่างมิดชิด ในทางทฤษฎีแล้ว ลวี่หยางไม่น่าจะจับได้ว่าเป็นฝีมือเขา
สำหรับเม็ดยาต้านพายุถึงแม้ต้องเสียไปถ